เข้า” ฮูหยินคนนั้นเดินออกมาจากข้างหลังเรือน ทำท่าผายมือให้พวกเขาสองคน
เฟิ่งจิ่วกับต้วนเยี่ยเดินไปข้างหน้า ยิ้มให้ฮูหยิน เอ่ยว่า “รบกวนแล้วจริงๆ นึกไม่ถึงว่าจะยังต้องให้เจ้าบ้านต้อนรับพวกเราอย่างดีเช่นนี้อีก”
“ได้พบถือเป็นโชคชะตา รีบนั่งเถิด”
นางนั่งลงก่อน จากนั้นก็พยักหน้าให้พวกเขาสองคนนั่งลง ก่อนยิ้มเอ่ยว่า “ข้าขอแนะนำให้ทั้งสองท่านรู้จัก นี่เป็นลูกสาวทั้งสี่คนของข้า อวี้เจียว อวี้หรง อวี้หวา แล้วก็อวี้เซียง สามคนนี้พวกท่านได้เจอเมื่อครู่แล้ว คนนี้เป็นคนสุดท้อง” นางตบหลังมือของหญิงชุดขาวเบาๆ พลางยิ้มบอก
เฟิ่งจิ่วยิ้มเอ่ยว่า “ฮูหยินมีบุญนัก คุณหนูทั้งสี่ล้วนงดงามจนจันทร์หลบโฉมสุดา มวลผกาละอายนาง หน้าตาดุจเทพธิดา”
หญิงวัยกลางคนได้ยินก็ยิ้มรับ “พวกนางอย่างมาก็ถือว่าพอดูได้ เทียบได้กับแม่นางที่งดงามดุจเทพธิดาชั้นฟ้าเสียที่ไหน!” ขณะเอ่ยนางมองเฟิ่งจิ่ว ถามว่า “ยังไม่ทราบชื่อเสียงเรียงนามของแม่นางเลย?”
“เฟิ่งจิ่ว” เธอยิ้ม ไม่ได้ปิดบังชื่อจริงของตนเอง จากนั้นหันไปมองต้วนเยี่ยที่อยู่ข้างๆ แนะนำแทนเขาว่า “ท่านนี้คือต้วนเยี่ย สหายของข้า”
“ที่แท้ก็แม่นางเฟิ่งกับคุณชายต้วนนี่เอง” นางพยักหน้ายิ้ม