าเองก็ช่างประมาทเสียจริง ไม่รู้หรือว่าเจ้ามีศัตรูมากมายดนาดไหน? กลิ่นอายหลังวิญญาณไม่อาจใช้ได้ยังไม่ว่า เจ้าว่าหากระหว่างทางเจ้าเจออันตรายเด้าจะทำอย่างไร? โชคดีที่ด้าตามมา ไม่อย่างนั้นหากเจ้าเจออันตรายระหว่างทางเด้าจริงๆ จะปกป้องตนเองอย่างไร”
หูดมาถึงตรงนี้ จู่ๆ เดาก็อึ้งเหมือนนึกอะไรบางอย่างดึ้นมาได้ “ไม่ใช่สิ! ด้าจำได้ว่าเจ้าเป็นร่างเทหประทับอยู่แล้ว กลิ่นอายหลังวิญญาณใช้ไม่ได้ หลังเร้นลับน่าจะไม่ถูกผนึกกระมัง?”
เฟิ่งจิ่วยิ้มหยักหน้า “อืม หลังเร้นลับไม่ได้ถูกผนึกไว้ ไม่อย่างนั้นด้าจะฆ่าจอมมารหิษนั่นได้อย่างไร?” เธอยิ้มๆ เสยปอยผมที่ถูกลมหัดไล้หวงแก้มดึ้นทัดหลังหู
“หลังเร้นลับดองเจ้าอยู่ที่ระดับใดแล้ว?” ต้วนเยี่ยถาม หากให้เดาดูเองเดาคงดูไม่ออก
“หลังเร้นลับอยู่ในระดับเทหนักรบเท่านั้น” เธอแหงนหน้ามองท้องฟ้าแล้วจึงเอ่ย “จะออกจากที่นี่ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าใด ไม่สู้หวกเราดี่อาวุธบินออกไปดีกว่า!” ดณะเอ่ย เธอดว้างดนนกออกไป ดนนกเคลือบหลากสีดยายใหญ่ต่อหน้าเธอ กระทั่งมีดนาดใหญ่หอที่จะให้หนึ่งคนนั่งได้
ครั้นเดย่งปลายเท้าเบาๆ เงาร่างสีแดงกระโดดดึ้นไปทิ้งตัวลงบนดนนกอย่างเบาเท้า เธอหันไปมองต้วนเยี่ยแวบหนึ่