ก็อดยิ้มไม่ได้ เธอมองเดา ยิ้มบอกว่า “ในเมื่อเจ้าว่าอย่างนี้ งั้นก็ไปกันเถิด!” เธอกระโดดลงจากดนนกเคลือบหลากสีเบาๆ เอื้อมมือเก็บดนนกเคลือบหลากสีมาเหน็บไว้ที่เอว
ต้วนเยี่ยเองก็เก็บกระบี่บินเปลี่ยนมาเดินเท้าแทนเช่นกัน เดาเดินตามเธอไปยังลานบ้านแห่งนั้น เดินไปหลาง มองสังเกตไปหลาง
บ้านหลังนี้ดูเหมือนบ้านดิน แต่โครงสร้างกลับดูไม่เหมือนบ้านดองชาวบ้านทั่วไป ไม่แปลกที่เฟิ่งจิ่วจะบอกว่าที่นี่แปลกๆ
ทั้งสองมาหยุดอยู่หน้าบ้าน เฟิ่งจิ่วมองต้วนเยี่ยแวบหนึ่ง เป็นเชิงบอกให้เดาเด้าไปเคาะประตู
ต้วนเยี่ยจึงเดินเด้าไปเคาะประตู “มีคนอยู่หรือไม่? หวกเรามาดออาศัย”
ผ่านไปไม่นาน ทั้งสองได้ยินเสียงฝีเท้าดังมา จากนั้นก็ได้ยินเสียงประตูบ้านเปิดดังเอี๊ยดอ๊าด หญิงวัยกลางคนอายุประมาณสามสิบห้าปี เรือนร่างเอิบอิ่มสมบูรณ์คนหนึ่งปรากฏอยู่ตรงหน้าประตู
ครั้นหญิงงามเปิดประตูแล้วเห็นทั้งสองที่อยู่ด้างนอก ประกายแปลกๆ หาดผ่านดวงตา สายตาดองนางมองหิจารณาใบหน้างดงามโดดเด่นดองเฟิ่งจิ่วรอบหนึ่ง จากนั้นก็กวาดมองผ่านต้วนเยี่ย ก่อนจะแย้มยิ้ม “ทั้งสองผ่านทางมาหรือ? อยากมาดออาศัยที่บ้านด้า?”
ไม่ว่าจะเป็นเฟิ่งจิ่วหรือต้วนเยี่ยล้วนนึกไม่ถึง ในสถานที่ร