ข้าอยากไปหาเจ้า แต่ตอนนี้เห็นเจ้าไม่เป็นไรก็วางใจแล้วล่ะ”
เฟิ่งจิ่วยื่นมือไปหมายจะตบหัวเขา แต่เห็นเขาถอยหลังและจ้องเธออย่างระแวดระวัง เธอจึงเปลี่ยนเป็นวางมือบนไหล่เขา ยิ้มเอ่ยว่า “เจ้ากลับไปฝึกฝนอย่างสบายใจได้เลย! ข้ากลับก่อนล่ะ รอพวกเจ้านัดหมายกันให้ดีแล้วไปหาข้าที่หอยาสวรรค์ในเมืองร้อยนทีพร้อมกัน ข้าจะเลี้ยงของอร่อยพวกเจ้าสักมื้อ แล้วพวกเราค่อยนั่งพูดคุยกันดีๆ ตอนนั้น”
พอได้ยินอย่างนั้น ต้วนเยี่ยสีหน้านิ่งขรึม มองเธอครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “ก็ได้! อย่างนั้นเจ้าก็รักษาตัวดีๆ เล่า”
“อืม อย่างนั้นข้าไปก่อนล่ะ” เธอเอ่ย หมุนตัวเดินกลับไปที่เดิม มาหยุดอยู่ตรงหน้าเซียนอวี้เจิน เอ่ยขึ้นว่า “ท่านเซียน ต้วนเยี่ยฝากท่านดูแลเขาด้วย”
“แม่นางเฟิ่งวางใจ” เซียนอวี้เจินพยักหน้า เขามองหญิงงามในชุดสีแดง รู้สึกประหลาดใจ เหตุใดชื่อเฟิ่งจิ่วนี้จึงได้ฟังคุ้นหูนัก? แต่เห็นชัดว่าเขาไม่เคยพบนาง ทว่าชื่อนี้ กลับเหมือนว่าเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน
“ต้วนเยี่ย รักษาตัวด้วย” เฟิ่งจิ่วโบกมือ ก่อนจะหันกายจากไป
มองดูเธอจากไป ต้วนเยี่ยยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับ เพียงแต่ ยามเห็นเงาร่างของเธอค่อยๆ หายลับไป เขากลับขมวดคิ้ว สาวเท้ายาวๆ เดิน