ั้น เสริมให้ความเฉื่อยชานั้นดูยิ่งมีเสน่ห์ มองดูจนเหล่าลูกศิษย์ชายปากอ้าตาค้าง
ในโลกผู้บำเพ็ญเซียน สิ่งที่ไม่เคยขาดคือคนงาม ทว่า คนงามที่งดงามมีเสน่ห์แต่กลับแฝงไว้ด้วยรัศมีสูงส่งจนไม่อาจดูหมิ่นเช่นหญิงสาวตรงหน้านี้กลับหายากนัก
รัศมีสูงส่งที่ราวกับมีมาแต่กำเนิดของนาง ทำให้พวกเขาเมื่อเห็นแล้วก็อดรู้สึกละอายใจที่เทียบไม่ได้ อยากจะละสายตาจากไป แต่กลับไม่อาจละสายตาไปจากเง่าร่างสีแดงสะดุดตาของนางได้
“เสี่ยวเยี่ยเยี่ย ไม่เจอกันนานสบายดีหรือไม่!”
เฟิ่งจิ่วหรี่ตา หยักยกมุมปาก เผยให้เห็นรอยยิ้มชวนหลงใหล ชั่วขณะหนึ่ง ดวงหน้าที่เดิมก็งามล่มเมืองอยู่แล้ว ยิ่งเธอยิ้มเช่นนี้ ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ชวนลุ่มหลงเข้าไปอีก ทำให้หัวใจของเหล่าชายหนุ่มที่อยู่ข้างล่างหลุดลอยไม่อยู่กับตัว เผลอจ้องมองอย่างเหม่อลอย
ได้ยินคำขานเรียกหยอกล้อที่ไม่ได้ยินมานาน ต้วนเยี่ยจ้องเธอด้วยใบหน้าแดงผ่าว เอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “บอกแล้วอย่างไรว่าอย่าเรียกไปเรื่อย ไม่ได้เจอกันนานขนาดนี้ เจ้าก็ยังเหลาะแหละไม่ได้เรื่องอยู่เหมือนเดิม ไม่อายคนอื่นบ้างหรืออย่างไร”
เฟิ่งจิ่วยิ้มมองเขา “เจ้ายังหน้าแดงง่ายเหมือนเดิมอยู่สินะ!”
………………………………….