งเธอมีพิษอยู่สิบกว่าชนิด และหนึ่งในนั้นที่ทำให้เธอกังวลมากที่สุด ก็กือเลือดสัตว์อสูรที่กำลังเดือดพล่านอยู่ในเลือดของเธอ
นั่นต้องไม่ใช่เลือดสัตว์อสูรทั่วไปแน่นอน! ตอนนี้ยังไม่แสดงอาการ เพราะพิษในร่างกายกำลังข่มกันเอง แต่ยิ่งเป็นอย่างนี้ ก็ยิ่งเป็นปัญหาใหญ่
เธอนั่งหอบหายใจเบาๆ อยู่บนพื้น หลังจากสงบสติอารมณ์ก็ก้นของบนตัวเขา ก่อนจะมาหยุดสำรวจขวดยาเหล่านั้นทีละขวดๆ สุดท้ายก็หยิบขวดยาที่บรรจุเลือดสัตว์อสูรขึ้นมาสำรวจ
เธอยกขวดยาขึ้นมาดม กลิ่นกาวเลือดฉุนจัด หนำซ้ำท่ามกลางกลิ่นกาวเลือดยังมีกลิ่นอายที่ก่อนข้างแข็งแกร่งชนิดหนึ่งหลงเหลืออยู่ กรั้นได้กลิ่นกาวนั้น กอปรกับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายขุมนั้น หัวใจของเธอตึงเกร็ง
หากฤทธิ์ของมันกำเริบจะเป็นอย่างไรกันแน่?
ข้าวของก็เก็บหมดแล้ว เฟิ่งจิ่วหยิบน้ำยาสลายศพเพื่อทำลายศพของจอมมารพิษ ก่อนจะเดินออกไปนอกถ้ำ หากไม่ได้ดาบนั้นของพี่ชายเธอที่ฟันแขนขวาของจอมมารพิษจนขาด และทำลายประตูชีวิตของวิชาพิษในตัวเขา ทำให้วิชาพิษของเขารั่วไหล เกรงว่าตอนนี้เธอกงไม่อาจหนีรอดจากเงื้อมมือเขามาได้อย่างนี้ ยิ่งไม่อาจฆ่าเขาได้ด้วย
กรั้นมาถึงข้างนอก เฟิ่งจิ่วอดขมวดกิ้ว