ะเพราะเขาบีบแรงมากจนหายใจไม่ออก ปลายเท้าทั้งสองข้างจึงเขย่งสูงตามสัญชาตญาณ เพื่อบรรเทาอาการหายใจไม่ออก
“เสี่ยวจิ่ว!”
“ปล่อยนาง!”
กวนสีหลิ่นกับโม่เฉินไล่ตามมาหยุดอยู่ข้างทั้งสอง เพียงแต่เฟิ่งจิ่วในตอนนี้ถูกบีบคอ ชีพจรชีวิตถูกบีบอยู่ในกำมือของเจ้าสำนักปัญจพิษ ทำให้พวกเขาสองคนไม่กล้าทำอะไร เพราะกลัวว่าจะกระตุ้นเจ้าสำนักปัญจพิษให้ทำร้ายเฟิ่งจิ่ว
“หยุดอยู่ตรงนั้นให้หมด! หากกล้าเข้ามาอีก ข้าจะหักคอนางเสีย!” เจ้าสำนักปัญจพิษตวาดเสียงเข้ม มือที่บีบคอเฟิ่งจิ่วเพิ่มแรงเข้าไปอีก โม่เฉินกับกวนสีหลิ่นที่เห็นอย่างนั้นก็ร้อนใจ
ทั้งสองหยุดฝีเท้า มองเฟิ่งจิ่วที่ถูกบีบคอด้วยอารามลนลาน ทว่าสถานการณ์ตรงหน้ากลับไม่อาจทำอะไรได้ หากพวกเขาเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย เจ้าสำนักปัญจพิษจะต้องฆ่านางขณะที่พวกเขาลงมือแน่นอน
เฟิ่งจิ่วขมวดคิ้ว ความรู้สึกที่ถูกคนอื่นควบคุมอย่างนี้แย่เกินไปแล้ว มือที่บีบคอของเธอไม่ได้คลายออกเลยแม้แต่น้อย ราวกับขอเพียงเธอขยับแม้แต่น้อย เขาก็จะหักคอของเธอทันที เมื่อตกอยู่ในกำมือผู้อื่น แม้แต่เธอเองก็ยังไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
“ฮ่าๆๆๆๆๆ!”
เจ้าสำนักปัญจพิษหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง แววตากระหายเลือดจ้องมองโม่เฉิน