กับกวนสีหลิ่น ข่มขู่ว่า “หากพวกเจ้ายังกล้าเข้ามา ข้าก็จะฆ่านางเสีย! อย่าได้ท้าทายความอดทนของข้า!”
ขณะเอ่ย เขาบีบคอเฟิ่งจิ่วพลางเดินลากเธอไป จากนั้นเรียกพลังพาเธอกระโดดหายไปท่ามกลางความมืดยามค่ำคืน
“ทำอย่างไรดี?” กวนสีหลิ่นร้อนใจอย่างยิ่ง จะตาม ก็กลับว่าเขาจะทำอะไรเฟิ่งจิ่ว จึงอดหันไปมองโม่เฉินไม่ได้
ดวงตาของโม่เฉินหม่นแสงเล็กน้อย เขามองทิศทางที่ทั้งสองหายไปพลางขมวดคิ้ว เอ่ยเสียงนุ่มนวลว่า “รอเถิด! เจ้าสำนักปัญจพิษถูกท่านฟันแขนขวาขาด พลังในกายรั่วไหล ข้าคิดว่าขอเพียงมีโอกาส เฟิ่งจิ่วน่าจะหนีรอดจากเงื้อมมือเขามาได้”
“อย่างนั้นพวกเราไม่ตามไปแล้วหรือ?”
กวนสีหลิ่นถามด้วยความเป็นห่วง “เจ้าสำนักปัญจพิษนั่นดูเต็มไปด้วยไอสังหาร หนำซ้ำยังถูกข้าฟันแขนขาด ข้ากลัวว่าเขาจะระบายความแค้นใส่เสี่ยวจิ่ว”
“หากตามไป ไม่แน่เขาอาจยอมทุ่มสุดชีวิตเพื่อตายไปพร้อมกัน” โม่เฉินเอ่ย ถอนหายใจเบาๆ แล้วเสนอว่า “ตอนนี้ มีเพียงต้องทำให้เขารู้สึกว่าตนเองยังมีโอกาสรอด เฟิ่งจิ่วจึงจะปลอดภัย ส่วนจะเจออะไรหลังจากนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการรับมือต่อสถานการณ์ต่างๆ ของนางแล้ว”
………………………………….