ที่ช่วยชีวิตค่อยตอบแทนนางด้วยวิธีอื่นก็แล้วกัน!” เขาค่อยๆ หลับตาลง เอ่ยว่า “ประคองข้านอนลง”
“ขอรับ” ชายชราก้าวเข้ามา ประคองเขานอนพักผ่อนบนเตียงอย่างระมัดระวัง
พอเฟิ่งจิ่วกลับมาถึงจสนเฟิ่ง โม่เฉินในชุดสีขาวก็นั่งอยู่ในลานสวนของเธอแล้ว ครั้นเห็นเขา เธอแปลกใจเล็กน้อย “เมื่อคืนเพิ่งกลับไป เหตุใดเช้าตรู่ก็มาอีกแล้วเล่า? มีธุระหรือ?”
“เมื่อคืนมัวแต่ดื่มกินพูดคุย กลับลืมเรื่องสำคัญไปเสียได้ ฉะนั้นเช้านี้จึงมาบอกเจ้าสักหน่อย” เขารินน้ำชา พยักหน้าให้เฟิ่งจิ่วนั่งลง “คนที่มาขอรับการรักษาในช่วงก่อนคือคนของตระกูลอิน คนที่มาขอรับการรักษาตายแล้ว หลายวันก่อนถูกส่งตัวกลับไปแล้ว ข้าเดาว่าเจ้าคงไม่รู้จักตระกูลอิน จึงอยากมาเตือนเจ้าสักหน่อย”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วยักคิ้ว “คนนั้นน่ะหรือ ที่เหลิ่งหวาบอกว่าเวลาอาการกำเริบแล้วจะเหมือนกลายพันธ์?”
“ถูกต้องแล้ว ทว่านั่นไม่ใช่การกลายพันธ์ แต่เขาถูกพิษอสุภะ”
“พิษอสุภะ?” เฟิ่งจิ่วมองเขาอย่างแปลกใจ “คืออย่างไร?”
“ตระกูลอินเป็นตระกูลที่เลี้ยงศพ พลังต่อสู้ของตระกูลพวกเขาแม้ไม่ได้แข็งแกร่ง แต่นักรบศพที่พวกเขาสร้างขึ้นมาทรงอานุภาพมาก เพียงแต่ ตระกูลของพวกเขาเริ่มเร้นกายจา