างสง่างาม ขณะเดียวกัน เฟิ่งจิ่วเรียกเหลิ่งซวงให้เอาถ้วยสุรามาเพิ่มอีกหนึ่งใบ
เหลิ่งซวงน้ำถ้วยสุรามาให้ก็ถอยออกไป เฟิ่งจิ่วรินสุราให้เขา เห็นอย่างนี้ โม่เฉินส่งยิ้มให้เฟิ่งจิ่ว ก่อนยกสุราขึ้นจิบ
“คุณชายโม่เฉิน อย่างไรเสียที่นี่ก็เป็นเรือนของน้องสาวข้า ท่านเป็นผู้ชาย พฤติกรรมอย่างการกระโดดข้ามกำแพงเช่นนี้คราวหน้าก็อย่าทำอีกเลย” กวนสีหลิ่นเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง
“แค่กๆ!”
สุราเพิ่งเข้าปาก โม่เฉินก็ได้ยินคำพูดกวนสีหลิ่น ไม่ระวังสำลักทันที เขาวางถ้วยสุราในมือลง มองกวนสีหลิ่นที่สีหน้าจริงจังราวกับแม่วัวที่กำลังปกป้องลูกวัว อดถอนหายใจและส่ายหน้าไม่ได้ “ท่านคิดมากไปแล้ว น้องสาวของท่านไม่ได้เห็นข้าเป็นผู้ชายเสียด้วยซ้ำ”
เฟิ่งจิ่วได้ยินก็มุมปากกระตุก เธอเหล่มองโม่เฉินแวบหนึ่ง
กวนสีหลิ่นกลับขมวดคิ้วจ้องหน้าเขา
ครั้นถูกทั้งสองคนจ้องเช่นนี้ โม่เฉินจึงยิ้ม เอ่ยว่า “เอาล่ะ คราวหน้าหากไม่ถูกกีดกัน ข้าก็จะไม่กระโดดกำแพงเข้ามาอีก”
………………………………….