ล้าชักดาบออก บอกว่ากลัวจะทำให้เส้นชีพจรเสียหายจนห้ามเลือดไม่อยู่และมีอันตรายถึงชีวิต” เหลิ่งหวารีบอธิบายสถานการณ์ให้ฟัง
“คนอื่นๆ เป็นอย่างไรบ้าง?” เธอถามอีก รีบสาวเดินเข้าไปข้างใน ก่อนจะแปลกใจที่เห็นพี่ชายของเธออยู่ด้วย “ท่านพี่ ท่านมาตั้งแต่เมื่อใด?”
“นอกจากองครักษ์ตระกูลเฟิ่งที่ตายไปสองคน คนอื่นแม้บาดเจ็บเหมือนกัน แต่กู้โม่บาดเจ็บหนักที่สุด” เหลิ่งหวารายงาน
กวนสีหลิ่นเห็นว่าเป็นเธอ จึงพยักหน้าบอก “ข้าเองก็เพิ่งมาถึงไม่นาน พอมาถึงก็เห็นว่ามีคนกำลังเล่นงานพวกเหลิ่งหวาอยู่”
“นายท่าน คนของสำนักปัญจพิษมีปราชญ์เซียนหนึ่งคน รวมถึงผู้ฝึกตนระดับเซียนเหินและกำเนิดวิญญาณขั้นสูงสุดจำนวนหนึ่ง โชคดีที่พี่ใหญ่กวนเข้ามาช่วย”
เฟิ่งจิ่วได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้า “ข้าไปดูอาการของกู้โม่ก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน” เธอเดินมาหยุดข้างเตียง มองกู้โม่ที่หน้าซีดขาว แต่ยังคงมีสติอยู่ ถามว่า “สติยังแจ่มชัดอยู่หรือไม่?”
“นะ นายท่าน…” เสียงของกู้โม่อ่อนแรง ลมหายรวยรินราวกับจะสิ้นใจ
“เอาล่ะ อย่าเพิ่งพูดอะไร” เธอวางนิ้วลงบนข้อมือของเขาเพื่อตรวจอาการ
ฟั่นหลินที่อยู่ด้านหนึ่งเอ่ยว่า “พวกข้ากลัวว่าเขาจะทนรอนายท่านกลับม