ลัวทำไมเจ้าคะ?” ไป๋ชิงเฉิงเชิดคาง มองเจ้าเขาโอสถ เอ่ยว่า “ยิ่งไปกว่านี้ ข้าเชื่อในทักษะการกลั่นยาของเจ้าเขาเยี่ย เด็กหนุ่มผู้นี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอยู่แล้ว”
ได้ยินอย่างนั้น เจ้าสำนักทอดถอนใจ หันไปถามเฟิ่งจิ่ว “เจ้าเล่า? เจ้าจะไม่ลองพิจารณาอีกครั้งหรือ? นี่เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันถึงทั้งชีวิต ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ”
เมื่อเห็นเจ้าสำนักตักเตือนเธอ เฟิ่งจิ่วก็ยิ้มๆ เอ่ยว่า “ไม่เป็นไรขอรับ ข้าคนนี้เป็นคนชอบเดิมพัน โดยเฉพาะของเดิมพันล้วนเป็นของที่ข้าชอบ ส่วนเรื่องแพ้นั้น หึๆ ข้ายังไม่เคยคิด ฉะนั้น รอข้าแพ้เมื่อใดค่อยว่ากันก็แล้วกัน!”
“ในเมื่อเจ้าว่าอย่างนี้แล้ว อย่างนั้น ข้าจะเป็นสักขีพยานให้พวกเจ้า ไม่ว่าใครแพ้ใครชนะ ล้วนไม่อาจตระบัดสัตย์” เสียงแฝงกลิ่นอายพลังวิญญาณของเจ้าสำนักดังก้องไปทั่วบริเวณ เสียงดังฟังชัดไปทั่วยอดเขาทั้งลูก
“ขอรับ / เจ้าค่ะ” ทั้งสามคนรับคำพร้อมกัน มองหน้ากัน สีหน้าแตกต่างกันไป
“ในเมื่อประลองการกลั่นยา อย่างนั้นก็เลือกยาชนิดเดียวกันมากลั่นก็แล้วกัน! อย่างนี้จะได้ตัดสินง่าย” เจ้าสำนักเอ่ย โบกมือออกคำสั่ง ให้คนนำโต๊ะยาทิพย์ที่เตรียมไว้เข้ามา
โต๊ะขนาดยาวสองตัวมียาทิพย์ชนิดต่างๆ วางไว้ ยอดเ