มาค่อยว่ากันอีกที
สุดท้ายแล้วไม่ว่าหัวหน้าพรรคหรืออาเฉินที่เป็นฝ่ายชนะ พวกตนเพียงคล้อยตามฝ่ายที่ชนะก็พอแล้ว ไม่ล่วงเกินทั้งสองฝ่าย
อาเฉินถลึงตามองอีกฝ่ายด้วยโทสะคุกรุ่น
พอโมโห ร่างกายก็แบกรับไม่ไหว เซไปก้าวหนึ่ง
“ตาเฒ่า เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” เฉินจ้าวซื่อตกใจ รีบเข้ามาประคองเขา
“ไม่เป็นไร ข้าจะไปหาหัวหน้าพรรคสักรอบ” อาเฉินไม่ต้องการแสดงด้านอ่อนแอของตนเองออกมาจึงปัดมือของเฉินจ้าวซื่อออก ฝืนสังขารกล่าวว่า “เจ้าอยู่ทางนี้ คอยจับตามองพวกเขาเอาไว้ ก่อนที่ข้าจะกลับมา อย่าปล่อยให้พวกเด็กที่ขนยังงอกไม่ครบพวกนี้ก่อความวุ่นวายเป็นอันขาด เข้าใจไหม?”
“ได้ ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าวางใจเถอะ ต่อให้ต้องแลกด้วยสังขารแก่ ๆ ของข้า ข้าก็จะขวางพวกเขาเอาไว้ให้ได้” แม้เฉินจ้าวซื่อจะเป็นห่วงเขาอยู่บ้าง แต่หลายปีนี้นางเชื่อฟังสามีมาจนเคยชินเสียแล้ว จึงทำได้เพียงรับคำ
ตอนออกมาจากเรือน อาเฉินยังข่มขู่เฟิ่งข่ายเฟิงว่า “ก่อนที่ข้าจะกลับมา ถ้าแผ่นกระเบื้องในบ้านข้าหายไปแม้แต่แผ่นเดียว ข้าก็จะถือว่าเจ้าเป็นคนทำ จะให้เจ้าชดใช้คืนสิบเท่า”
“อาเฉิน ท่านล้อเล่นแล้ว ก่อนที่ท่านจะกลับมา พวกข้าจะต้องไม่ก่อความวุ่นวายแน่ ข้ารับรองว่าจะไม่แตะต้องอะไรส่งเดช…” เฟิ่งข่ายเฟิงเห็นอาเฉินมีท่าทางหนักแน่นเช่นนั้นก็ยิ่งสงสัยว่าคราวนี้ตนเองคงเคลื่อนไหวเร็วเกินไปแล้ว
แต่สิ่งที่อาเฉินคิดไม่ถึงก็คือ หลังจากเขาไปถึงพรรคซานไห่แล้วกลับถูกคนขวาง