าขวางเอาไว้แล้วนะ แต่อาเฉินบุกเข้ามาเอง ข้าขวางเอาไว้ไม่อยู่
อาเฉินเห็นเช่นนั้นแล้วก็ไม่มีแก่ใจมาทักทายหัวหน้าพรรคซานไห่ ทว่าตรงเข้าไปกระชากเสื้อของเกาเหล่าซื่อ “เกาเหล่าซื่อ เจ้าเป็นคนทำใช่ไหม?”
เกาเหล่าซื่อมีสีหน้าเหมือนถูกปรักปรำ “ข้าทำอะไร? เฉินเหล่าลิ่ว เจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้าส่งเดชนะ”
“ถ้าไม่ใช่เจ้าเป็นคนสั่ง เจ้าเด็กเฟิ่งข่ายเฟิงนั่นจะพาคนไปบุกบ้านข้างั้นเรอะ? ทั้งแย่งทั้งทุบทำลายข้าวของ หมายความว่าอย่างไรกันแน่?” อาเฉินกล่าวอย่างเกรี้ยวกราด “ถ้าเจ้าไม่มอบคำอธิบายให้ข้า คอยดูเถอะว่าข้าจะจัดการเจ้าอย่างไร…”
เกาเหล่าซื่อหันมาฟ้องหัวหน้าพรรคซานไห่ “หัวหน้า ท่านอย่าเอาแต่ดูอยู่สิ ท่านก็เห็นว่าเฉินเหล่าลิ่วเป็นบ้าไปแล้ว พอเข้ามาไม่ถามไถ่สักคำก็ตรงมาหาเรื่องข้า…ข้าเป็นคนอย่างไร หัวหน้าพรรคทราบดีกว่าใคร ถึงข้าจะขัดตาเฉินเหล่าลิ่วแค่ไหนก็ไม่มีทางซ้ำเติมคนอื่น สั่งให้เจ้าเด็กเฟิ่งข่ายเฟิงนั่นไปทำลายบ้านคนอื่นหรอกนะ”
“พอเถอะ เฉินเหล่าลิ่วปล่อยมือได้แล้ว” หัวหน้าพรรคซานไห่ตบโต๊ะ กล่าวด้วยน้ำเสียงแหบกระด้าง “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเกาเหล่าซื่อ ข้าเป็นคนสั่งให้เฟิ่งข่ายเฟิงพาคนไปเอง”
อาเฉินประหลาดใจอย่างยิ่ง เขาคลายมือที่กระชากเสื้อของเกาเหล่าซื่อออกแล้วถามอย่างแปลกใจ “อะไรนะ?! เป็นคำสั่งของหัวหน้าพรรค? หัวหน้า ท่านหมายความว่าอย่างไร? หลายปีมานี้ข้าจงรักภักดีต่อพรรคมาโดยตลอด ทุ่มเทไปไม่รู้ตั้