“เจ้าค่ะ ศิษย์ขอตัว”
ขณะมองดูนางเดินออกไป ชายวัยกลางคนขมวดคิ้วครุ่นคิด ผ่านไปครู่หนึ่งจึงค่อยถอนหายใจ ลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก
ณ ยอดเขาที่พำนักของเจ้าสำนัก
“อ้อ? มีเรื่องอย่างนี้ด้วยหรือ?” เจ้าสำนักประหลาดใจ ก่อนเอ่ยอีกว่า “แต่สมบัติล้ำค่าเช่นนี้ เด็กหนุ่มผู้นั้นจะยอมแลกได้อย่างไรกัน? แม้พวกเราอยากคุ้มกันความปลอดภัยของเฟิ่งซิง ทว่าไม่อาจทำเรื่องที่ผิดได้ หากจะแลกเปลี่ยนสิ่งของกับแกนเคลื่อนย้ายจี๋กวงของเด็กหนุ่มผู้นั้น ก็ต้องได้รับความยินยอมจากเด็กหนุ่มก่อน ไม่อย่างนั้นก็ไม่อาจแย่งชิงมา”
“ขอรับ ข้าเองก็คิดเช่นนี้ ฉะนั้นจึงได้มาแจ้งให้เจ้าสำนักและเหล่าเจ้าเขาทั้งหลายทราบ เรื่องนี้จะจัดการอย่างไรดี?”
“ยังต้องให้บอกอีกหรือ? แน่นอนว่าก่อนจะแลกเปลี่ยนกันต้องได้รับความยินยอมจากเด็กหนุ่มก่อนอยู่แล้ว” เจ้าเขาผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น ลูบหนวด ขมวดคิ้วเอ่ยว่า “แต่วิธีการปกป้องเฟิ่งซิงของเรา ที่ไม่ว่านางขอสิ่งใดเราก็ต้องให้แบบนี้ เกินไปหรือไม่? ข้ากังวลว่า…”
“สิ่งที่เจ้ากังวลก็คือเรื่องที่กังวลเหมือนกัน” เจ้าเขาอีกผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น
เจ้าสำนักได้ยินพวกเขาคุยกัน ก็หันไปเอ่ยกับอาจารย์ของไป๋ชิงเฉิงว่า “นางเป็นศิษย์ของท่าน เรื่อง