”
“โธ่…”
เธอกำลังจะอธิบาย ก็เห็นศิษย์คนนั้นพุ่งโจมตีเข้ามาด้วยเพลงกระบี่อันดุดัน เห็นอย่างนั้น เธอกลับไม่ได้โต้ตอบ เพียงหลบเลี่ยง หลังผ่านไปหลายกระบวนท่า สองคนนั้นเห็นเฟิ่งจิ่วไม่คิดจะสู้ จึงหยุดและถามว่า “เจ้าเป็นใครกันแน่? มาทำอะไรที่สำนักเซียนของเรา?”
เฟิ่งจิ่วกลับไม่ถือสา เพียงยิ้มตอบว่า “ข้าชื่อเฟิ่งจิ่ว มาหา…” เธอกลอกตา ก่อนเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้ม “มาหาซ่งหมิงหลานข้า”
ทั้งสองได้ยินก็อึ้ง “มาหาอาจารย์อาซ่งหมิง?” ทั้งสองจ้องพิจารณาเฟิ่งจิ่ว สีหน้าแปลกประหลาด “อายุเจ้าเท่านี้ดูเหมือนเด็กกว่าอาจารย์อาซ่งหมิงของเรา เหตุใดเขาจึงกลายเป็นหลานเจ้าได้? เจ้าคงไม่ได้เข้าใจอะไรผิดกระมัง?”
“นั่นสิ อีกอย่างพวกเจ้าก็แซ่ไม่เหมือนกันด้วย” อีกคนแย้ง ไม่เชื่อว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะเป็นญาติผู้ใหญ่ของอาจารย์อาซ่งหมิง
เฟิ่งจิ่วเอามือหนึ่งไพล่หลัง มือหนึ่งไว้ข้างหน้า ใบหน้าฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มเบิกบาน “เพราะพวกเราไม่ได้เป็นญาติแท้ๆ กันอย่างไรเล่า แต่เขาเรียกข้าว่าท่านอาน้อยจริงๆ ข้ามาหาเขามีเรื่องด่วน พวกเจ้าอย่ามัวเสียเวลาอยู่เลย เข้าไปรายงานเขาดูก็รู้แล้วไม่ใช่หรือว่าจริงหรือเท็จ?”
ทั้งสองคนได้ยินอย่างนั้นก็มองหน้ากัน แล้วจึงพย