็ไม่เอาข้าแล้ว ข้าไม่มีบ้านให้กลับ ตอนนี้พวกเจ้ายังไล่ข้าไปอีก พวกเจ้าเลือดเย็นเกินไปแล้ว!”
เสี่ยวเอ้อร์ที่อยู่ข้างในได้ยินวาจาเหล่านั้น ก็สบถด้วยความโกรธ “ไม่รู้จักบุญคุณ ไม่มีคุณธรรม ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี สมควรแล้ว!”
เฟิ่งจิ่วได้ยินเสียงที่ดังมาจากข้างนอก ไม่ได้พูดอะไร เพียงควงถ้วยสุราในมือเล่น ไม่รู้กำลังคิดสิ่งใดอยู่
แขกทั้งชั้นหนึ่งชั้นสองไม่มีใครอยู่ข้างหญิงสาวสักคน เพียงหันกลับไปดื่มสุราและพูดคุยกันต่อ กระทั่งฟ้าสาง ยามเปิดประตูอีกครั้ง แขกในโรงเตี๊ยมจึงค่อยๆ ทยอยจากไป
เวลานี้ หน้าหอยาสวรรค์ หญิงสาวที่ถูกไล่ออกจากโรงเตี๊ยมเมื่อคืนกำลังคุกเข่าอยู่หน้าประตู
“ขอร้องพวกท่านล่ะ ให้ข้าพบภูตหมอเถิด! ลูกข้าป่วยหนักมาก ขอภูตหมอได้โปรดช่วยเขาด้วย!” นางคำนับอยู่ตรงนั้น พลางเอ่ยว่า “ข้าได้ยินมาว่าหอยาสวรรค์มีภูตหมอผู้หนึ่งวิชาแพทย์สูงส่ง จึงตั้งใจเดินทางไกลมา เพื่อรักษาลูกข้า เงินในบ้านก็ใช้หมดแล้ว สามีก็ปลดข้าและไล่ข้าออกมา ยามนี้ข้าไม่เหลืออะไรแล้ว เหลือแค่ลูกของข้าคนเดียว ขอร้องพวกท่านล่ะ ขอร้องพวกท่านได้โปรดช่วยชีวิตลูกข้าด้วย!”
นางอุ้มลูกคุกเข่าอยู่หน้าหอยาสวรรค์ ร้องไห้วิงวอน พลางพร