งจิ่วควงถ้วยสุราในมือเล่น ถามว่า “เจ้ามีเงินไหม?”
หญิงสาวควักเศษเงินออกมา “มีเพียงเท่านี้เจ้าค่ะ”
“อย่างนั้นเจ้ามียาทิพย์อายุห้าร้อยปีหรือไม่?” เฟิ่งจิ่วถามอีก น้ำเสียงไม่ยี่หระ เหมือนกำลังพูดคุยกับนาง
“ไม่มีเจ้าค่ะ” หญิงสาวส่ายหน้า
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วกระตุกยิ้มมุมปาก “ในเมื่อไม่มีเงิน ไม่มียา เจ้าจะขอรับการรักษาได้อย่างไร? เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน! เจ้าคำนับข้าสักพันครั้ง บางทีข้าอาจอารมณ์ดี ช่วยเจ้ารักษาลูกเจ้าก็ได้”
ได้ยินอย่างนั้น สายตาของหญิงสาวฉายแววตัดพ้อ “คุณชาย ในเมื่อท่านรู้วิชาแพทย์ เหตุใดจึงไม่ยอมช่วยเหลือ? เมื่อครู่ท่านบอกว่าจะรักษาลูกให้ข้าไม่ใช่หรือ? ตอนนี้ข้ายอมให้ท่านรักษาแล้ว เหตุใดท่านต้องเล่นแง่เช่นนี้ด้วย? คนเป็นหมอห่วงคนไข้เหมือนพ่อแม่ห่วงลูก ท่านเห็นคนกำลังจะตายเหตุใดจึงไม่ยอมช่วยเหลือเล่า!”
เวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นแขกชั้นหนึ่งหรือแขกบนชั้นสองที่ยังไม่เข้าห้อง ครั้นได้ยินวาจาของหญิงสาวก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
………………………………….