้นางลุกขึ้นด้วย
หญิงสาวนางนั้นราวกับคำนวณไว้แล้ว นางคิดว่าหากตนเองคุกเข่าอยู่ตรงนี้ เด็กหนุ่มอายุยังน้อย สุดท้ายน่าจะทนสายตาของทุกคนไม่ไหว และยอมรักษาลูกให้นาง แต่น่าเสียดาย นางคิดผิดเสียแล้ว
เฟิ่งจิ่วดื่มสุรา คีบเนื้อกินอย่างสบายอารมณ์ ส่วนหญิงสาวนั่งคุกเข่าอยู่หน้าโต๊ะ ดมกลิ่นหอมของสุราและเนื้อ แต่กลับทำได้เพียงมองเฉยๆ นางอดกลืนน้ำลายไม่ได้ เห็นเด็กหนุ่มไม่สนใจนาง กอปรกับคุกเข่าจนปวดไปหมด สุดท้ายมือหนึ่งอุ้มลูก มือหนึ่งประคองเก้าอี้ลุกขึ้นยืน
นางไม่ได้จะไปไหน กลับดึงเก้าอี้ทำท่าจะนั่ง ทว่า เฟิ่งจิ่วที่เห็นอย่างนั้นกลับดีดนิ้วมือ กระแสพลังขุมหนึ่งพุ่งกระแทกเก้าอี้ตัวนั้นให้ปลิวออกไป หญิงสาวที่กำลังจะนั่ง ล้มลงไปบนพื้นอย่างหมดสภาพ
“โอ๊ย!”
นางกรีดร้อง อุ้มลูกไว้แน่น ความรู้สึกอัดอั้นตันใจ โกรธขึ้ง เคียดแค้น พรั่งพรูออกมาในคราวเดียว ชั่วขณะหนึ่ง ถึงกับไม่สนใจแล้วว่าคนตรงหน้าเป็นใคร
“เหตุใดเจ้าต้องผลักเก้าอี้ออกทำให้ข้าล้ม! เจ้ามันชั่วร้าย คิดจะฆ่าข้าหรือ?”
ก่อนหน้านี้คุกเข่าอ้อนวอนกลับไม่ได้ผล ยามนี้ยังล้มก้นจ้ำเบ้าอีก นึกถึงเรื่องที่ถูกสามีปลดไร้บ้านให้กลับ นึกถึงเด็กในอ้อมแขนที่ป่วยไร้หน