็กหนุ่มอธิบายได้ นั่นก็แสดงว่าเขารู้วิชาแพทย์จริงๆ เพราะโรคลมชักที่เขาว่ามาไม่เหมือนกับหมอพวกนั้นที่นางเคยไปหามา ไม่แปลกที่นางจะกังวล
วาจารอบคอบของหญิงสาวทำให้เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ มองนางแวบหนึ่ง ก่อนอธิบายว่า “โรคลมชักหรือที่เรียกว่าโรคชักกระตุก คนที่ป่วยเป็นโรคนี้มักมีร่างกายเย็นเฉียบ บางครั้งก็มีอาการกระตุกเบาๆ กลางคืนยามนอนหลับ ผู้ป่วยมักสะดุ้งตื่น หัวใจเต้นเร็วนอนไม่หลับ หากรักษาไม่ทันเวลา อย่างเบา…” เธอยังพูดไม่จบ ก็ถูกตัดบท
“เป็นเด็กเป็นเล็กก็ทำทีเป็นหมอกับเขาแล้วหรือ? เจ้าสำเร็จการศึกษาแล้วหรือ? มีตราหมอแล้วหรือไม่?” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเหล่มองเฟิ่งจิ่ว แค่นเสียงเอ่ยว่า “เจ้าคิดว่าทุกคนเป็นหมอกันได้หมดงั้นหรือ? หรือคิดจะใช้เด็กเป็นตัวทดลอง? ช่างจิตใจโหดเหี้ยมนัก!”
เฟิ่งจิ่วยักคิ้ว หันไปมองคนผู้นั้น หยักยิ้มมุมปากเล็กน้อย
ส่วนหญิงสาวครั้นได้ยินอย่างนั้น กอปรกับเห็นชายวัยกลางคนผู้นั้นติดตราหมอไว้ตรงหน้า ก็อุ้มลูกถอยหลังไปสองสามก้าวพลางมองเฟิ่งจิ่วอย่างหวาดระแวง
เห็นได้ชัดว่านางเชื่อคำพูดของชายวัยกลางคน เพราะอย่างไรอีกฝ่ายก็มีตราหมอ แต่เด็กหนุ่มตรงหน้าดูอายุน้อยขนาดนี้ แม้แต่หมอหลายคนยัง