อยู่กับข้าเถิด!” นางกวักมือเรียก พยักหน้าให้หญิงวัยกลางคนนั่งลงพูดคุยกัน
“เจ้าค่ะ” หญิงวัยกลางคนเดินเข้ามานั่งลงข้างๆ ค่ำคืนนี้ แสงไฟในเรือนเล็กสว่างอยู่ตลอด กระทั่งฟ้าสาง…
เช้าตรู่ของวันต่อมา จัวจวินเยวี่ยออกจากจวน เขาออกไปสืบหาข่าวสมุนไพรสามชนิดที่เฟิ่งจิ่วพูดถึงในสถานที่อย่างตลาดประมูล และออกไปตามหาในร้านขายยาอายุร้อยปีทั่วเมือง กระทั่งเที่ยงวันจึงค่อยกลับมา
ส่วนเฟิ่งจิ่วนอนถึงกลางวันค่อยตื่น ตอนเธอออกไปนอกห้อง ก็เห็นตาเฒ่ากำลังเดินไปเดินมาด้วยหน้าตากลัดกลุ้ม น้อยครั้งที่จะเห็นตาเฒ่าเป็นอย่างนี้ เธอจึงถาม “เป็นอะไรไป? ท่านทำอะไรของท่านตั้งแต่เช้าตรู่อย่างนี้?”
ตาเฒ่าชำเลืองมองเธอแวบหนึ่ง เอ่ยว่า “เช้าตรู่อะไรของเจ้า? นี่ก็เที่ยงแล้ว มีแต่เจ้านั่นแหละที่นอนมาจนถึงตอนนี้”
เธอยักคิ้ว มองหน้าเขาที่ทำท่าจะพูดแต่ก็ไม่พูด ยิ้มถามว่า “ท่านมีอะไรจะพูดงั้นหรือ? ทำไมไม่พูดเล่า? ท่าทางอึกอักข้าเห็นแล้วอึดอัดนัก” ขณะเอ่ย เธอเดินมาบิดขี้เกียจกลางลานบ้าน
หายากที่ครั้งนี้ตาเฒ่าไม่ได้เป่าหนวดถลึงตาใส่ แต่กลับเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง ท่าทางลังเลอยู่นาน ก่อนเอ่ยว่า “ข้าเพิ่งได้รับจดหมาย มีเรื่องต้องกลับไปสะสางหน่อ