ย”
เมื่อได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วก็ประหลาดใจ “เรื่องแค่นี้เองหรือ? อย่างนั้นท่านก็ไปเสียสิ! มีอะไรให้ลังเลกัน?”
“ข้าก็กลัวว่าหากข้าไปแล้วเจ้าจะแอบหนีไปไม่ใช่หรือไง? ใครจะรู้ว่าหากไปที่หอยาสวรรค์แล้วจะหาเจ้าเจอหรือไม่” เขาอดพึมพำไม่ได้ จ้องเธอเหมือนไม่ไว้ใจ
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วรู้สึกราวหัวเราะไม่ได้ ร้องไห้ไม่ออก “นั่นเป็นกิจการของข้า ท่านไม่เคยได้ยินสำนวนที่ว่าพระหนีไม่พ้นวัดหรือ? มีอะไรให้ห่วงกัน? หาข้าไม่เจอก็ไปที่หอยาสวรรค์ในเมืองร้อยนที อีกอย่าง ข้าก็ไม่มีอะไรให้ต้องหลบหน้าท่าน ไม่ใช่หรือ?”
“อย่างนี้ก็หมายความว่าเจ้าจะไม่เล่นลูกไม้หายตัวไป ใช่หรือไม่?” ตาเฒ่าได้ยินก็ตาเป็นประกาย “อย่างนั้นรอข้าเสร็จธุระแล้วจะไปหาเจ้าที่หอยาสวรรค์ เจ้าหาเวลาสอนวิชามวยไทเก๊กให้ข้า?”
เอ่ยจบ เขาก็มองเธอด้วยสีหน้าแปลกๆ ถามว่า “เจ้าไม่ยอมสอนข้ามาตลอด หรือเพราะข้าไม่เรียกเจ้าว่าอาจารย์งั้นรึ? ถ้าอย่างไร ข้ากราบเจ้าเป็นอาจารย์ตอนนี้เลยก็ยังได้” เพื่อจะได้เรียนวิชามวยไทเก๊ก แค่กราบนางเป็นอาจารย์จะเป็นไรไป?
………………………………….