ึๆ…”
ด้านใน ทั้งสามคนกำลังพูดคุยกัน ส่วนด้านนอก ชายชรามองจัวจวินเยวี่ยที่กำลังนั่งหลังตรง เขาอยากรู้ว่าข้างในเป็นอย่างไรบ้าง จึงชะเง้อมองเป็นระยะ และมองจัวจวินเยวี่ยที่ใบหน้าไร้อารมณ์ จึงถามว่า “เจ้าไม่อยากรู้หรือว่าพวกเขาคุยอะไรกันอยู่? ไม่เข้าไปดูหน่อยหรือ?”
“ท่านย่ากับท่านพ่ออยู่ข้างใน ไม่มีธุระกงการอะไรของข้า” จัวจวินเยวี่ยตอบ
“ฮี่ๆ เจ้าหนู ข้าจะบอกเรื่องจริงจังอะไรบางอย่างให้เจ้าฟัง” ตาเฒ่าหรี่ตาหัวเราะ ถึงปากพูดว่าจะบอกเรื่องจริงจังให้เขาฟัง แต่ดูจากสีหน้าและเสียงหัวเราะของเขา กลับทำให้จัวจวินเยวี่ยนึกไม่ออกว่าจะเชื่อมโยงตาเฒ่าเข้ากับเรื่องจริงจังได้อย่างไร
เห็นจัวจวินเยวี่ยได้แต่มองเขาโดยไม่พูดอะไร ตาเฒ่ากระแอมเบาๆ เอ่ยว่า “คืออย่างนี้ ข้าเห็นว่าเฟิ่งจิ่วมีความสามารถไม่น้อย เจ้าดูสิ! จอมมารโลหิตที่เราเจอในป่าภูเขาไฟยังรู้จักฉายาภูตหมอของนางเลย แค่เดาก็รู้แล้ว ชื่อเสียงของนางต้องไม่ธรรมดาแน่
อีกอย่างคือไม่ว่าจะเป็นด้านพลังหรือความสามารถนางล้วนโดดเด่นเหนือคนอื่น โดยเฉพาะวิชาแพทย์ของนาง ยิ่งเยี่ยมยอดหาใครเปรียบไม่ได้ คนอย่างนี้หากผูกสัมพันธ์กับนางได้ย่อมเป็นประโยชน์ต่อตนเอง คนอื่นอยากผ