ู่ จึงเฉือนเนื้อที่ย่างเสร็จแล้วมาให้พวกท่านหน่อย พวกท่านรีบกินตอนยังร้อนๆ เถิด! หากไม่พอพวกข้ายังมีอีก” หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างยื่นเนื้อย่างให้
“ไม่ต้อง”
“อย่างนั้นข้าไม่เกรงใจล่ะ”
เสียงสองเสียงดังขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย คนแรกคือจัวจวินเยวี่ย ส่วนคนที่สองก็คือเฟิ่งจิ่วที่ยื่นมือออกไปรับเนื้อย่าง
ยามได้ยินสองเสียงดังขึ้นพร้อมกัน หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างอึ้ง ก่อนจะหัวเราะ
เฟิ่งจิ่วรับเนื้อย่างไปแล้วมองจัวจวินเยวี่ยตาขวาง “นี่เป็นน้ำใจของหัวหน้าเขา จะปฏิเสธได้อย่างไรกัน? ไม่น่าเล่าตาเฒ่าถึงได้ว่าเจ้าเป็นท่อนไม้”
ได้ยินแล้วจัวจวินเยวี่ยมุมปากกระตุก เหล่มองเธออย่างหมดคำพูดแวบหนึ่ง ก่อนจะละสายตาออกไปเงียบๆ เขาไม่มีหน้าจะมองต่อแล้ว คนคนนี้พอเห็นของกินทีไรก็ทิ้งศักดิ์ศรีและความเย่อหยิ่งไปเสียหมดสิ้น
“อย่างนั้นข้ากลับก่อนแล้ว” หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างเอ่ย ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไป
“เอ้า!” เฟิ่งจิ่วยื่นเนื้อย่างให้จัวจวินเยวี่ยชิ้นหนึ่ง
“เจ้ากินเถอะ! ข้าไม่หิว” เขาตอบ ก่อนจะนั่งเงียบต่อไป
เฟิ่งจิ่วยักไหล่ นั่งขัดสมาธิกินเนื้อย่างต่อ ไม่ลืมหยิบสุราออกมาดื่มด้วย ก่อนเอ่ยว่า “ศิลาเพลิงก็หาได้แล้ว