กข้ารู้แล้ว” ทุกคนยิ้มรับ
“หัวหน้า ท่านยังบาดเจ็บอยู่ ข้าว่าท่านไม่ขึ้นไปดีกว่า” กวนสีหลิ่นแนะนำ สายตาจับจ้องไปที่ไหล่ของเขา ถึงแม้จะพันแผลไว้ นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว แต่แผลนั้นก็ยังไม่หายดี คิดจะปีนขึ้นไปบนภูเขาไฟที่สูงชันเช่นนี้อันตรายเกินไปแล้ว
ได้ยินอย่างนั้น คนอื่นต่างก็เห็นด้วย “อืม หัวหน้า ข้าก็คิดว่าเสี่ยวกวนพูดมีเหตุผล บาดแผลท่านยังไม่หายดี ไม่ควรปีนเขา”
“ใช่ หัวหน้า เอาอย่างนี้! คนที่ไม่บาดเจ็บให้ขึ้นไป คนที่บาดเจ็บเฝ้าอยู่ข้างล่าง ทำอย่างนี้จะปลอดภัยกว่าหน่อย” ทหารรับจ้างอีกนายก็เอ่ยเสริม
“ก็ได้ อย่างนั้นก็ให้เสี่ยวกวนนำพวกเจ้าก็แล้วกัน!” หัวหน้ากลุ่มเอ่ย หันไปมองกวนสีหลิ่น “ไม่ว่าจะหาเจอหรือไม่ ขึ้นไปถึงไหล่เขาตามหารอบหนึ่ง หากไม่เจอก็ลงมา”
“ได้ ข้าเข้าใจแล้ว” กวนสีหลิ่นพยักหน้า พาทหารรับจ้างสิบกว่าคนปีนขึ้นไป ส่วนคนอื่นก็เฝ้าอยู่ข้างล่าง เผื่อมีคนอื่นมาลอบโจมตี
ส่วนพวกเฟิ่งจิ่วที่อ้อมไปด้านหลังเขา หลังจากเห็นว่ารอบๆ นี้ไม่มีใครเลยนอกจากพวกเขาสามคน จึงหาที่นั่ง
“เร็วเข้าๆ เจ้าลองดูอีกที” ตาเฒ่านั่งลงข้างๆ เธอด้วยความตื่นเต้น ส่วนจัวจวินเยวี่ยกลับเลี่ยงออกไปเดินเฝ้ารอบๆ
เฟิ่งจิ