่วจนใจ ทำได้เพียงนั่งลงแล้วขับเคลื่อนกลิ่นอายพลังวิญญาณในร่าง ทว่าเธอปิดผนึกกลิ่นอายของเม็ดบัวเขียวเอาไว้ เพื่อไม่ให้มันถูกปลดปล่อยออกมา ไม่ว่าจะใช่เม็ดบัวเขียวหรือไม่ เรื่องนี้ก็ให้ใครรู้ไม่ได้
ฉะนั้น ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ รอบข้างเงียบสงบ ไม่เห็นหญ้าเซียนแม้แต่ต้นเดียว
“เป็นอย่างไร? ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่? ต้องเป็นเรื่องบังเอิญแน่นอน” เธอยักไหล่ จากนั้นก็เก็บซ่อนกลิ่นอาย หยิบเนื้อย่างในห้วงมิติออกมากิน พลางหันไปถามตาเฒ่าที่กำลังทำหน้าผิดหวัง “ข้าให้ท่านต้นหนึ่งก็แล้วกัน! ถึงอย่างไรข้าก็มีสองต้น”
“ข้าใช้ศิลาเพลิงแลกกับเจ้า ไม่เอาเปรียบเจ้าหรอก” ตาเฒ่าเอ่ยจบ ล้วงศิลาเพลิงที่หาได้ทั้งหมด จากนั้นก็ดันไปให้เธอ
เฟิ่งจิ่วเห็นอย่างนั้น ก็เก็บของโดยไม่คิดบ่ายเบี่ยง ขณะเดียวกันก็ยืนหญ้าเซียนต้นเล็กออกไปข้างห้า เหลือบมองเขาแวบหนึ่ง เอ่ยว่า “ของอย่างนี้ใช้โดยตรงไม่ได้ ท่านกลั่นยาไม่เป็นเสียหน่อย ถึงเอาไปที่จริงก็ใช่ว่าจะใช้ประโยชน์ได้มากนัก”
“เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องสนใจ ข้าเก็บไว้ก็พอ” เขารับหญ้าเซียนต้นนั้นไปไว้ในมือ ไม่ลืมหันไปมองรอบๆ ก่อนจะเก็บมัน
“จวินเยวี่ย มากินอะไรหน่อย” เฟิ่งจิ่วหันไปตะโกนเรียกจัวจ