ก่อนจะเก็บของเหล่านั้น พลางหันไปเอ่ยกับเฟิ่งจิ่ว “ขอบใจมาก”
“ขอบใจอะไรกัน ไปเถิด! ข้างในยังมีสมบัติอีก”
เธอยิ้มร่า ยามเดินผ่านคนที่กำลังหมดสติอยู่บนพื้น เธอยกเท้าเหยียบมือของคนคนนั้น มือที่กำลังกำมีดอยู่คลายออกเพราะความเจ็บ ซ้ำยังมีเสียงกระดูกหักดังมารางๆ เพียงแต่คนคนนั้นกลับฝืนทนไว้ ไม่ส่งเสียงออกมาสักนิด
ตาเฒ่ากับจัวจวินเยวี่ยเห็นอย่างนั้นก็ไม่พูดอะไร ทั้งสามเดินไปข้างหน้าอย่างสบายใจราวกับกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนหลังบ้านตนเอง บางทีอาจเพราะของที่ได้มาจากการปล้น แม้อุณหภูมิรอบกายจะสูง แต่รอยยิ้มบนใบหน้ากลับกว้างกว่าเดิม
หลังจากที่พวกเขาสามคนเดินออกไปได้ไม่ไกล ชายคนที่ถูกเหยียบมือเมื่อครู่ลุกขึ้นนั่งด้วยสีหน้าตื่นตะลึง ในกลุ่มคนพวกนี้มีเขากับชายอีกคนที่พลังค่อนข้างสูง แม้ยาพวกนั้นจะทำให้พวกเขาหมดสติ แต่กลับฟื้นขึ้นมาหลังผ่านไปไม่นาน
แต่ที่ต่างจากชายอีกคนก็คือ หลังจากเขาฟื้น เขารู้สึกแค้นใจที่ถูกปล้นทรัพย์ จึงคิดจะลอบเล่นงานอีกฝ่าย ใครจะรู้…
………………………………….