ว่านะ…” เธอหันไปมองจัวจวินเยวี่ยที่อยู่ด้านหนึ่งพร้อมกับยิ้มตาหยี ยื่นมือไปตบไหล่เขา “เขากลับควรได้ส่วนแบ่งสักหน่อย”
“เจ้า เจ้าลำเอียง!” ตาเฒ่าอัดอั้นตันใจ ไม่เข้าใจว่าคนที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ต้อนรับอย่างเขา พอเป็นนางเหตุใดกลับถูกเมินเฉยอย่างนี้?
“ลำเอียงที่ไหน เมื่อครู่จวินเยวี่ยช่วยข้าเก็บของบนตัวคนพวกนั้นอยู่ตลอด” เฟิ่งจิ่วยิ้มตาหยี เอ่ยกับจัวจวินเยวี่ยที่ยังประคองสิ่งของมากมายไว้ในมือ “ถุงฟ้าดินและแหวนห้วงมิติพวกนั้นเจ้ารับไว้เถิด เก็บไว้แต่งภรรยาในวันข้างหน้า”
ได้ยินอย่างนั้น จัวจวินเยวี่ยมุมปากกระตุก ยื่นของในมือไปข้างหน้า “ไม่ต้องแล้ว เจ้าเก็บไว้เถิด!”
“รับไว้ๆ ติดตามข้าอยู่ดีกินดีแน่นอน” เธอตบไหล่เขาพร้อมกับเอ่ยอย่างภาคภูมิ ท่วงท่าไร้ซึ่งอิริยาบถอ่อนหวานเฉกเช่นหญิงสาว มีเพียงความเถรตรงและใจกว้างดุจชายหนุ่มเท่านั้น
ตาเฒ่าเห็นอย่างนั้นก็นึกหมั่นไส้ เขาลูบหนวด พลางนึกเสียดายยิ่ง อดเสียดสีจัวจวินเยวี่ยไม่ได้ “บอกแล้วอย่างไรว่าเจ้ามันไม่ต่างจากท่อนไม้? สมบัติถูกยัดใส่มือขนาดนี้ยังไม่รู้จักเก็บไว้อีก ไม่เคยได้ยินหรือว่าไม่รับไว้ก็เสียเปล่าน่ะ?”
จัวจวินเยวี่ยชำเลืองมองตาเฒ่าอย่างเอือมระอา