ตุใดไม่ใช้?”
ครั้นเขาเตือนสติ ฮุ่นหยวนจื่อชะงัก “จริงด้วย! ข้ามีสัตว์พาหนะอยู่นี่นา! เจ้าเด็กเมื่อวานซืนนั่นทำข้าโกรธจนเลอะเลือนไปเสียแล้ว ลืมไปเลยว่าข้าก็เป็นคนที่มีสัตว์พาหนะให้ขี่เหมือนกัน”
เขาเอ่ยด้วยความดีใจ พลางเรียกสัตว์พาหนะของตนเองออกมาขี่ และออกคำสั่งกับสัตว์พาหนะของเขา จากนั้นก็พุ่งตรงไปข้างหน้า
เห็นอย่างนั้น จัวจวินเยวี่ยรวบรวมพลังเหาะออกไป ตามฮุ่นหยวนจื่อไปติดๆ ตามหาเงาร่างของเฟิ่งจิ่ว
หลังเห็นพวกเขาจากไป คุณชายรองไฉถอนหายใจ หันกลับไปมองทุกคน “ท้องฟ้าเริ่มสว่างแล้ว พวกเรารีบออกเดินทางไปจากที่นี่กันเถิด! ระหว่างทางกลับพวกเราต้องระมัดระวังให้มากหน่อย”
“ขอรับ”
ทุกคนรับคำ หลังจากเตรียมตัวเสร็จก็ออกเดินทางไปจากที่นี่อย่างรวดเร็ว เพียงแต่ขณะเดินทาง พวกเขาอดไม่ได้ที่จะหันไปมองข้างหลัง รู้สึกเพียงการเดินทางในป่าภูเขาไฟครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่พวกเขายากจะลืมได้ แต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด พวกเขาก็ยังคงจำได้อย่างชัดเจน…
ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่ง เฟิ่งจิ่วที่ขี่เจ้ากลืนเมฆาจากมาอารมณ์เบิกบานเพราะสังหารหานหรงได้สำเร็จ ยามนี้หานหรงตายแล้ว ที่เหลือเธอก็แค่เข้าไปตามหาศิลาเ