สามารถต่อกรกับจอมมารโลหิตได้ ไม่เกรงกลัวบารมีปราชญ์เซียนของเขาแม้แต่น้อย นี่หมายความว่าอย่างไร? หมายความว่าพลังของเด็กหนุ่มไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลยอย่างไรเล่า!
บ้าไปแล้ว! ช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่วิปริตจริงๆ! อายุขัยกระดูกเช่นนี้กลับมีระดับพลังที่เทียบเท่ากับจอมมารโลหิตแล้ว? ต้องมีความเร็วในการฝึกวรยุทธ์ระดับใดกัน? ผิดมนุษย์เกินไปแล้ว!
ไม่น่าเล่า ไม่น่าก่อนหน้านี้ผู้ฝึกวิชามารคนเมื่อกี้ถึงได้ไร้หนทางต่อสู้อย่างนั้น ไม่น่าเล่าผู้ฝึกวิชามารคนนั้นถึงได้ยอมถอดวิญญาณต้นเพียงเพื่อจะหนีเอาชีวิตรอด…
ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นยังมองดูจนตกตะลึงตาค้าง แล้วจอมมารโลหิตที่สู้กับเฟิ่งจิ่วจะไม่ตะลึงได้อย่างไรกัน?
แม้แต่ตอนสู้กับฮุ่นหยวนจื่อเขายังไม่ตะลึงเช่นนี้ แต่เจ้าเด็กหนุ่มตัวเล็กๆ นี่ กลับสามารถต่อกรกับเขาอย่างง่ายกายหลายกระบวนท่า ฝีมือเช่นนี้ พลังเช่นนี้ วิปริตเกินไปแล้ว!
ไม่รู้ว่าคิดสิ่งใดอยู่ จู่ๆ เขาก็ก้าวถอยหลังไปสองสามก้าว จ้องเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา เห็นเพียงเด็กหนุ่มดวงหน้าสะอาดสะอ้านหล่อเหลา เรียวคิ้วแสดงถึงความเย็นชาและมั่นใจ นัยน์ตาคู่นั้นยิ่งงดงาม ประกายเฉียบคมน่าพรั่นพรึง เมื่อมองเด็กหนุ่มอีกครั้ง