็บหนักขนาดนี้ รอบข้างก็มีแต่ผู้ฝึกวิชามาร เกรงว่าพวกเราคงไม่รอดแล้ว” ศิษย์คนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้น สีหน้ากังวลอย่างปิดไม่มิด
ไฉเฟิงยืนอยู่ข้างเฟิ่งจิ่ว ถามอย่างมีความหวังว่า “เสี่ยวจิ่ว เจ้ายังมีวิธีอะไรอีกหรือไม่?”
“ข้าจะมีวิธีอะไรได้? ผู้ฝึกวิชามารพวกนี้รับมือได้ง่ายๆ เสียที่ไหน” เธอเบะปากขณะตอบ จิ้มเข็มไปที่ปลายนิ้วทั้งสิบของเขา เพื่อขับพิษออกมา พลางเอ่ยว่า “ตาเฒ่า ท่านติดค้างบุญคุณข้าครั้งหนึ่งแล้วนะ”
“อีกนานเท่าใดจึงจะหาย?” ฮุ่นหยวนจื่อถาม กังวลต่อสถานการณ์ตอนนี้
เฟิ่งจิ่วชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง “ท่านคิดว่าแก้พิษแล้วท่านจะสู้ต่อได้ทันทีหรือ? พอเลยนะ! ไม่ตายก็ถือว่าไม่เลวมากแล้ว ท่านถูกหมัดจอมมารโลหิตซัดใส่หน้าอกไปหลายหมัด อาการบาดเจ็บภายในเช่นนี้แม้จะกินยาในก็ยังไม่หายดีเร็วๆ นี้แน่”
“ข้ากลัวว่าสองคนนั้นจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของผู้ฝึกวิชามารพวกนั้น ยิ่งมีจอมมารโลหิตอยู่ด้วย แม้พวกเจ้าทั้งหมดรวมกันก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจอมมารโลหิต” ฮุ่นหยวนจื่อเอ่ย กุมหน้าอกทำท่าจะลุกขึ้น
“นั่งลงเลยๆ รีบขับเคลื่อนลมปราณรักษาอาการบาดเจ็บ เรื่องที่ไม่ควรห่วงก็ไม่ต้องห่วง” เฟิ่งจิ่วกดเขาให้นั่งลง เป็น