งไฟกินอะไรหน่อยหรือ?” ไฉเฟิงเดินมาใต้ต้นไม้ ก่อนถาม
“ไม่ล่ะ ข้ายังมีของกินเก็บไว้อยู่” เฟิ่งจิ่วที่อยู่บนต้นไม้ตอบ ก่อนหยิบสุราออกมาดื่มหนึ่งอึก
เห็นอย่างนั้น ไฉเฟิงล้วงเอาธัญพืชแห้งแท่งหนึ่งโยนขึ้นบนต้นไม้ “เอ้า รับไว้ ข้าให้เจ้า”
เฟิ่งจิ่วรับไว้ เอ่ยว่า “ขอบใจ”
ไฉเฟิงยิ้มๆ ก่อนจะเดินกลับไปพุดคุยกับทุกคนที่ข้างกองไฟ
เฟิ่งจิ่วปรือตาพักผ่อน รู้สึกเหมือนกิ่งไม้ขยับเล็กน้อยจึงลืมตาขึ้น และเห็นว่าบนกิ่งไม้ที่อยู่ไม่ไกลมีจัวจวินเยวี่ยหรี่ตาเอนหลังพิงกิ่งไม้ ในมือกอดกระบี่ยาวไว้
เห็นอย่างนั้น เธอละสายตากลับมา จากนั้นต่างฝ่ายต่างก็หลับ ไม่ได้สนใจกัน เดิมนึกว่าจะได้พักผ่อนเต็มที่ทั้งคืน ใครจะรู้ ตอนเที่ยงคืนกลับได้ยินเสียงเคลื่อนไหว เธอลืมตากระเด้งตัวนั่งหลังตรง
ขณะเดียวกัน จัวจวินเยวี่ยที่อยู่บนต้นไม้ต้นเดียวกันก็ลืมตาและลุกนั่งเช่นกัน เขาหันมามองเฟิ่งจิ่วแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองรอบๆ ฮุ่นหยวนจื่อที่พักผ่อนอยู่ข้างกองไฟข้างล่างเองก็รู้ตัวแล้วเหมือนกัน เขาหันมองเฟิ่งจิ่วที่อยู่บนต้นไม้โดยสัญชาตญาณ ก่อนจะแปลกใจที่เห็นเด็กหนุ่มตื่นแล้วเช่นกัน
เจ้าเด็กนี่สัญชาตญาณการระวังตัวไม่เลวเหมือนกันนี่! เขาคิดในใจ