น่าจะพอแล้ว ไปกันเถอะ!” เดาว่าหากนานกว่านี้ คนพวกนั้นคงรอไม่ไหวแล้ว
“เสี่ยวจิ่ว! เสี่ยวจิ่ว! คุณชายจัว! พวกเจ้าอยู่ไหน?” ไฉเฟิงตะโกนหาไปทั่วป่า พวกเขาย้อนกลับมาตามหาตามเส้นทางเดิม แต่กลับไม่เห็นเงาร่างของสองคนนั้น
“ท่านลุงสอง พวกเขาคงไม่ได้…” ไฉเฟิงอดไม่ได้ที่จะคิด หากถูกมดกินคนรุมล้อมเกรงว่าคงยากจะเอาชีวิตรอดได้
“ลองตามหาต่ออีกหน่อยเถิด! คุณชายจัวผู้นั้นไม่ใช่คนธรรมดา แม้เสี่ยวจิ่วจะต่อสู้ไม่เก่ง แต่คุณชายจัวน่าจะปกป้องเขาได้” คุณชายรองไฉเอ่ย ก่อนจะออกเดินต่อ
ส่วนเฟิ่งจิ่วที่กำลังเดินกลับมาทางนี้ได้ยินคำพูดของทั้งสองก็มุมปากกระตุก เธอต่อสู้ไม่เก่งงั้นหรือ? เอาเถิด! ใครใช้ให้เธอเก็บซ่อนพลังไว้ และแสดงวรยุทธ์ไว้แค่ระดับหลอมแก่นพลังกันเล่า! ก็ดูอ่อนแอเกินไปหน่อยจริงๆ ไม่แปลกที่พวกเขาคิดว่าเธอสู้ไม่เก่ง
“อ๊ะ! เสี่ยวจิ่ว! คุณชายจัว!” ไฉเฟิงเห็นทั้งสองเดินมา ก็อดตะโกนด้วยความดีใจไม่ได้ รีบก้าวเข้าไปหาเร็วๆ
“คุณชายจัว เสี่ยวจิ่ว พวกเจ้าไม่เป็นไร ดีเหลือเกิน!” คุณชายรองไฉเห็นทั้งสองยังมีชีวิตอยู่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขารีบหันไปพูดกับเฟิ่งจิ่ว “เสี่ยวจิ่ว มีคนถูกมดกินคนกัดหลายคน ท่านเซียนฮุ่นหยวนบอกว่าวิชาแพทย์ของเจ้าช่วยพวกเขาได้ ข้าขอร้องเจ้า ช่วยพวกเขาด้วย!”
จัวจวินเยวี่ยได้ยินอย่างนั้น ก็รู้สึกแปลกๆ แต่กลับบอกไม่ถูกว่าแปลกตรงไหน ได้แต่หันไปมองเด็กหนุ่มข้างกาย
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ ตอบว่า