”
ฝานอี้ซิวหอบหายใจ พิษไฟในร่างกายกำเริบ ร่างกายร้อนรุ่มจนแทบไหม้ เพียงแต่แม้เขาจะมีเหงื่อไหลตลอด ใบหน้าก็แดงก่ำ แต่โชคดีที่กินยาแก้พิษระดับสี่เข้าไปจึงบรรเทาพิษไฟในร่างได้บ้าง เทียบกับคนอื่นที่อาการหนักจนเริ่มอาเจียน นับว่าเขายังมีสติชัดเจนกว่าบ้าง
“ศิษย์พี่ใหญ่…”
ศิษย์ผู้หญิงสามคนมองเขาน้ำตาคลอเบ้า กลัวว่าเขาจะตายไปทั้งอย่างนี้ ตลอดการเดินทางนี้ เป็นเขาที่คอยดูแลพวกนางมาตลอด หากไม่ใช่เพื่อช่วยพวกนาง เขาคงไม่ถูกมดกินคนกัด
ศิษย์ผู้ชายสองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ สีหน้าตึงเครียด เห็นศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเขามีสภาพเช่นนี้ หัวใจของพวกเขาราวกับมีไฟกำลังแผดเผา หนึ่งในนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “กลับไปข้าจะเลือกอาจารย์ใหม่! ข้าไม่อยากอยู่ยอดเขาไพรหยกอีกต่อไปแล้ว!”
“ออกจากที่นี่ไปข้าจะไม่กลับยอดเขาไพรหยกแล้ว ข้าจะกลับบ้าน ให้ท่านพ่อส่งจดหมายไปที่สำนัก” ชายอีกคนเองก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงขึงขัง “การเข้ามาที่นี่เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุด!”
ได้ยินพวกเขาพูดอย่างนี้ ศิษย์ผู้หญิงสามคนนั้นเช็ดน้ำตา เอ่ยว่า “พวกข้าก็ไม่อยากกลับยอดเขาไพรหยกแล้วเหมือนกัน ท่านอาจารย์ไม่ห่วงชีวิตพวกเรา ตลอดทางหากไม่ได้ศิษย์พี่ใหญ่คอยปกป้องพวกเรา พวกเราคงตายไปนานแล้ว”
ฝานอี้ซิวขยับริมฝีปาก อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ครั้นเอาเข้าจริงกลับพูดไม่ออกสักคำ อันตรายในการเดินทางครั้งนี้เหนือความคาดหมายของพวกเขาไปมาก หากจนถึงป่านนี้แล้วพวกเ