ักข้าไม่ใช่หรือ? อย่างนั้นก็ได้ ข้าจะบอกเจ้าอีกครั้ง ข้าก็คือฮุ่นหยวนจื่อจากสำนักดาราจักร!”
“อ้อ ผู้อาวุโสฮุ่นหยวน” เธอลุกขึ้นคารวะเขาหนึ่งครั้ง ในใจกลับกล่าวร้าย ‘ฮุ่นหยวนจื่ออะไรกัน ตาเฒ่าเลอะเลือนล่ะสิไม่ว่า’
เธอคารวะเสร็จก็ยิ้มๆ ตั้งใจจะเดินออกไป กลับเห็นฮุ่นหยวนจื่อจ้องหน้าถามว่า “เจ้าหนู เจ้าคิดจะทำอะไร?”
เธอชะงัก ตอบด้วยสีหน้างุนงง “ไม่ได้จะทำอะไรนี่ขอรับ! ข้ากำลังคิดว่าตอนนี้เราก็พักที่นี่มาได้ครู่หนึ่งแล้ว ควรออกเดินทางต่อแล้วหรือไม่?”
ทุกคนได้ยินก็ชะงัก ก่อนจะมองหน้ากันและหันไปมองคุณชายรองไฉและฮุ่นหยวนจื่อ ฮุ่นหยวนจื่อเอาแต่ลูบหนวดไม่พูดอะไร คุณชายรองไฉจึงได้แต่ยิ้มแล้วก้าวเข้ามา “ท่านเซียนฮุ่นหยวน ท่านเห็นว่า…”
“ไปเถิด! พระหนีได้วัดหนีไม่ได้[1] จ้างให้เจ้าหนูนี่ก็ไม่กล้าหนีไปไหน” เขาเอามือข้างหนึ่งไพล่หลัง มือหนึ่งลูบหนวด ก่อนจะสาวเดินไปข้างหน้า
คุณชายรองไฉคิดในใจ เด็กหนุ่มคนนี้ก็เป็นคนในสำนักดาราจักของพวกเจ้า พวกเจ้าอยากหาเขาเมื่อไรก็ย่อมง่ายไม่ใช่หรือ? แม้จะหนีไปจริง เพียงสืบหาตระกูลของเขาจากในสำนัก ย่อมหนีไปไหนไม่พ้นอยู่แล้ว
ส่วนฮุ่นหยวนจื่อกลับคิดในใจ เจ้าเด็กเมื่อวานซืนนี่กลับเป็นคนของตระกูลไฉ อย่างนั้นถึงเขาจะหนีไปอีกครั้ง เขาก็จะไปตามหาที่ตระกูลไฉ เขาไม่เชื่อว่าคราวนี้เจ้าเด็กนี่จะกล้าหนีไปต่อหน้าต่อตาเขาอีก
ทั้งสองต่างฝ่ายต่างคิดว่าเด็กหนุ่มเป็นคนของอีกฝ่าย แต่กล