ับไม่รู้เลยว่าเขาตั้งใจแฝงตัวเข้ามาเพื่อสร้างความเข้าใจผิดนี้ขึ้นมา
ทุกคนเคลื่อนขบวนออกเดินทาง คนที่เดินนำหน้าคือคุณชายรองไฉและฮุ่นหยวนจื่อรวมถึงจัวจวินเยวี่ย เฟิ่งจิ่วกลับเดินกับพวกไฉเฟิงอยู่ตรงกลางคณะเหมือนเดิม
“เสี่ยวจิ่ว เหตุใดเซียนฮุ่นหยวนจื่อจึงบอกว่ารู้จักเจ้า? พวกเจ้าเคยเจอกันที่ไหนแล้วเจ้าลืมหรือเปล่า?” ยากที่ไฉเฟิงจะอยากรู้อยากเห็น เขากระซิบถามเบาๆ เพราะเขาเห็นฮุ่นหยวนจื่อหันกลับมามองเสี่ยวจิ่วเป็นระยะ สายตาเช่นนั้น ไม่เหมือนคนที่รู้จักอย่างที่เสี่ยวจิ่วว่าเลย
เฟิ่งจิ่วถอนหายใจ เอ่ยว่า “ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน บางทีอาจเคยเจอกันตอนไหน แล้วข้าลืมไปแล้ว” เธอยักไหล่ ทำหน้าเหมือนจนใจ
“ลืมไปแล้วก็ไม่เป็นไร เจ้าเองก็ไม่ต้องกังวลมากไป ข้าเห็นเขาไม่ได้มีเจตนาร้ายกับเจ้า” ไฉเฟิงปลอบใจ
“อืม ข้ารู้”
เธอย่อมรู้ว่าตาเฒ่าผู้นั้นไม่ได้มีเจตนาร้ายกับเธอ ตาเฒ่าผู้นั้นเพียงอยากให้เธอกราบเขาเป็นอาจารย์เท่านั้น แต่เธอไม่ยอม ซ้ำยังหลอกเอาแกนเคลื่อนย้ายจี๋กวง ซึ่งเป็นสมบัติอันล้ำค่ามาจากเขาด้วย แต่อันที่จริงจะว่าหลอกมาก็ไม่ได้ เพราะนั่นเป็นของที่เธอควรได้หลังจากที่ช่วยจัวจวินเยวี่ยแก้ฤทธิ์ยาอยู่แล้ว
จัวจวินเยวี่ยเห็นฮุ่นหยวนจื่อหันมองข้างหลังเป็นระยะ จึงเหลือบมองเด็กหนุ่มคนนั้นด้วยแวบหนึ่ง นัยน์ตาเขาไหวระริกเล็กน้อย
………………………………….
[1] พระหนีได้ วัดหนีไม่ได้ หมายถึง หนีอย่างไรก็หนีไม่พ้น