ดเจ็บ แต่กลับยังมีชีวิตอยู่
สิ่งที่ทำให้เขาตกตะลึงก็คือ พวกคนที่ล้มระเนระนาดอยู่บนพื้นถูกจัดการด้วยน้ำมือของชายอายุราวยี่สิบสามสิบเพียงคนเดียว ด้านหนึ่ง ชายชราชุดเทากำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนตัวชายฉกรรจ์สองคนที่ทับซ้อนกันอยู่ข้างล่าง เขาเร่งเร้าอย่างหงุดหงิด “ก็แค่คนยี่สิบกว่าคน ถึงกับต้องใช้เวลานานเพียงนี้ เจ้าจัดการในดาบเดียวก็ได้แล้วไม่ใช่หรือ เด็ดขาดหมดจดหน่อย”
“ท่านบุพพาจารย์!” ฝานอี้ซิวได้สติรีบตะโกนและเดินเข้าไปหาด้วยความดีใจ
ฮุ่นหยวนจื่อที่ไม่ทันตั้งตัวตกใจกับเสียงตะโกนนี้ เขาลุกขึ้นมองฝานอี้ซิวที่สาวเดินเร็วๆ มาทางนี้ มองพิจารณาเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า “เจ้าเป็นใคร? ท่านบุพพาจารย์อะไรกัน? อย่ามาเรียกส่งเดช”
“ท่านบุพพาจารย์ ศิษย์ชื่อฝานอี้ซิว เป็นศิษย์สำนักดาราจักร ศิษย์มีวาสนาได้เห็นท่านบุพพาจารย์ในสำนักจากที่ไกลๆ จึงจำท่านได้ขอรับ” ฝานอี้ซิวหน้าตาตื่นเต้นดีใจ ตลอดเส้นทางไม่เคยเจอคนจากสำนักดาราจักรแม้แต่คนเดียว นึกไม่ถึงกลับได้พบบุพพาจารย์ฮุ่นหยวนจื่อที่เหมือนมังกรเห็นหัวไม่เห็นหางที่นี่
“ท่านบุพพาจารย์ นี่คือป้ายประจำตัวของศิษย์ขอรับ” ฝานอี้ซิวรีบหยิบป้ายประจำตัวยื่นให้เขา
ฮุ่นหย