รับไว้ เขาก็ยังคงยืนยันจะไม่รับ
สุดท้าย เฟิ่งจิ่วจึงได้แต่เก็บไว้ด้วยความเอือมระอา “อย่างนั้นก็ได้! หากไม่เอาข้าก็จะเก็บไว้เอง กลับถึงในเมืองเมื่อใดจะหาที่ขายแล้วแลกเป็นเงินเสีย” เธอยิ้มตาหยี
คุณชายรองไฉสั่งให้ทุกคนเลือกอาวุธทหารเหล่านั้นคนละชิ้น ยามเห็นศพและกลิ่นคาวเลือดที่กระจายเต็มพื้นนั้น เขาหันไปสั่งทุกคน “ที่นี่รั้งอยู่นานไม่ได้ พวกเราต้องรีบไป หาที่สะอาดแล้วค่อยพักผ่อน”
“ขอรับ” ด้วยเหตุนี้ ทุกคนจึงรีบออกเดินทางต่อ หลังออกจากที่แห่งนี้ซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด พวกเขาก็หาที่ที่ไม่มีกลิ่นคาวเลือดเพื่อนั่งพัก
“เสี่ยวจิ่ว เจ้ามียาอย่างนั้นอยู่อีกหรือไม่?” คุณชายรองไฉถาม คิดในใจว่านั่นเป็นยาอะไรกัน? สามารถทำให้ผู้ฝึกตนระดับเซียนเหินถูกเล่นงานได้ด้วย เกรงว่าจะไม่ใช่คนธรรมดากลั่นขึ้นมา
“ไม่มีแล้ว” เธอยักไหล่ตอบ
“อย่างนั้นเจ้าได้ยานั่นมาจากที่ใด?” คุณชายรองไฉถามอีกครั้ง คิดว่าหากรู้ว่าซื้อมาจากที่ใด วันหลังกลับไปพวกเขาก็จะได้ไปซื้อพกไว้ป้องกันตัวบ้าง
“หอยาสวรรค์ในเมืองร้อยนที” เฟิ่งจิ่วยิ้มตอบ
“หอยาสวรรค์ในเมืองร้อยนที?” คุณชายรองไฉมองเขาด้วยสายตาประหลาดใจ ก่อนหันไปมองคนในตระกูลไฉที่อยู่ข้างๆ จากนั้นก็บอกเฟิ่งจิ่วว่า “หอยาสวรรค์นี้พวกข้าไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน”
พวกฝานอี้ซิวที่นั่งอยู่ข้างๆ ไม่พูดอะไร แต่กลับครุ่นคิดอยู่เงียบๆ ในหมู่พวกเขาฝานอี้ซิวรู้สึกประหลาดใจที่สุด
เขามองเฟิ่งจิ่