ะ? เฮ่อเหลียนเจี๋ยจ้องเฉิงจื้อโหยวเขม็ง อาจารย์หวังเป็นปรมาจารย์ที่เก็บตัวอย่างสันโดษที่เสินหนงเจี้ย เมื่อเขาลงมือเองย่อมไม่มีปัญหา!
ดวงตาสีดำเรียวรีของเวินสือเหนียนดูลุ่มลึกดุจหุบเหว ความอ่อนแอของร่างกายไม่ได้ลดทอนอำนาจและความคมของคิ้วลงไปเลย ทำให้ผู้คนไม่อาจละสายตาจากเขาไปได้
เขากวาดสายตามองเพียงแวบ เลขาทั้งสองจึงเงียบเสียงลง
เพราะไม่มีใครกล้าตั้งคำถามกับการตัดสินใจของเวินสือเหนียน
อีกอย่างเวินสือเหนียนไม่เคยตัดสินใจผิดพลาด
พวกเขาจึงทำได้แต่ต้องฟังแล้วเตรียมการก็พอ
เวินสือเหนียนยื่นมือออกไปหยิบชามมาถือ โดยไม่ดื่มหรือเททิ้ง แต่เขากลับถ่ายรูปยาในชาม และเอาวางไว้ข้าง ๆ
เฉิงจื้อโหยวกับเฮ่อเหลียนเจี๋ยงุนงง “?”
ไม่ใช่มั้ง? หรือว่าท่านประธานจะเลียนแบบนิสัยของคนหนุ่มสาวที่จะถ่ายรูปก่อนกินข้าว?
เวินสือเหนียนไม่มีเวลาสนใจลูกน้องที่กำลังตกตะลึง เขาก้มหน้าก้มตาส่งข้อความถึงเฝ่ยไป๋ลู่
[คุณเฝ่ย นี่คือน้ำมนต์ใช่ไหม? คนสนิทของผมไปพบอาจารย์หวังที่เสินหนงเจี้ยมา ส่วนนี่คือยาที่ซินแสคนนั้นต้มให้ผม บอกว่าสามารถบรรเทาอาการของผมได้]
ทุกครั้งที่ถ่ายทอดสด จะสามารถเชื่อมต่อได้เพียงคนเดียวเท่านั้น หลังจากเฝ่ยไป๋ลู่จัดการเรื่องการฉ้อโกงของนักพรตเต๋าฉีเหมินเสร็จแล้ว เธอก็ออกจากการถ่ายทอดสด
เมื่อเธอเห็นข้อความของเวินสือเหนียน ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
ชามกระเบื้องพอร์ซเลนสีขาวมีน้ำสีเหลืองใสอยู่ภายใน ด้านล่างของชาม