ัง?” เพราะเจ็บมากจริง ๆ เจ็บจนเหมือนกระดูกหักอย่างไรอย่างนั้น
ตอนที่เพิ่งล้ม เย่อวี๋หรานยังไม่ได้รู้สึกอะไรมาก พอจะฝืนเดินต่อไปได้ระยะหนึ่ง
คิดไม่ถึงว่าหลังจากนั้นจะปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ จนนางต้องกัดฟันทนเอาไว้
พอไปถึงเรือนตระกูลเฉิน นางก็เริ่มจะทนไม่ไหว ต้องนั่งพักบนเกาอี้
แน่นอนว่าตอนนั่งลงไปนั้นเจ็บปวดมาก แต่นางไม่กล้าขยับ พอขยับก็จะเจ็บทันที ได้แต่ย้ายน้ำหนักไปลงบั้นท้ายอีกฝั่งที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ
เย่อวี๋หรานคิดว่าชาตินี้นางยังไม่เคยเจ็บขนาดนี้มาก่อน ไม่รู้ว่าเจ็บเท่าตอนคลอดลูกหรือเปล่า
“จะเป็นไปได้อย่างไร?” จูซานกล่าว “ก็แค่บาดเจ็บเล็กน้อย ท่านหมอเขียนเทียบยาให้ท่านแม่เอากลับไปค่อย ๆ รักษาตัวก็จะดีขึ้นเอง จริง ๆ นะ ท่านหมอไป๋หลี่น้อยพูดแบบนี้ ถ้าท่านไม่เชื่อ พอเขากลับมา ท่านแม่ลองถามเขาดูก็ได้”
เดิมทีไม่ได้สงสัย แต่ใครบางคนย้ำแล้วย้ำอีกจนเย่อวี๋หรานอดจะคิดในใจไม่ได้
ทำไมรู้สึกเหมือนมีอะไรทะแม่ง ๆ?
“ต้องถามอยู่แล้วสิ ถ้าไม่ถามให้ชัดเจน ถึงตอนนั้นจะรักษาตัวอย่างไร?” เย่อวี๋หรานมองเขาอย่างสงสัยแล้วกล่าวว่า “เจ้าสาม เจ้ามีอะไรปิดบังแม่หรือเปล่า?”
“ไม่มีขอรับ ข้าจะปิดบังท่านเรื่องอะไร?” จูซานกล่าวน้ำเสียงหนักแน่น “ไม่มี”
“ไม่มีงั้นหรือ?” เย่อวี๋หรานมองหน้าเขาพลางเอ่ยว่า “เจ้าแน่ใจนะว่าไม่มี? เจ้าสาม ข้าเห็นเจ้ามาแต่อ้อนแต่ออก เจ้าคิดว่าเจ้าโกหกหรือไม่โกหก แม่เจ้าจะดูไม่ออกเชียวหรือ?”
ม