่างได้ตามใจ สุขภาพแข็งแรง ได้กินอาหารอร่อย
“เจ้าใคร่ครวญอยู่ตรงนี้ก่อน ข้าจะไปเตรียมการเล็กน้อย อีกสักครู่จะกลับมาดูแม่เจ้า” หมอไป๋หลี่น้อยเห็นว่าจูซานดูเหมือนจะยอมรับเรื่องนี้ได้แล้วจึงลอบระบายลมหายใจออกมา
“ขอรับ” จูซานตอบรับเบา ๆ ยืนอยู่ที่เดิม ใช้สายตามองส่งหมอไป๋หลี่น้อยออกไปจากห้อง
ผู้ช่วยหญิงทายาให้เย่อวี๋หรานเสร็จก็ออกมาจากห้อง กำชับจูซานเล็กน้อยแล้วออกไปจัดการงานของตนเองต่อ
คนหนึ่งอยู่ในห้อง อีกคนอยู่นอกห้อง ทันใดนั้นทุกอย่างพลันตกอยู่ในความเงียบ
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ แต่จูซานรู้สึกว่าผ่านไปนานมาก
หากไม่ใช่เพราะกังวลว่าถ้าเขาอยู่ข้างนอกนานเกินไปแล้วมารดาจะสงสัย เขาก็ไม่อยากขยับไปไหนอีกแล้ว
ทว่าสุดท้าย เขายังคงเดินเข้าไปในห้อง
ยามนั้น เย่อวี๋หรานนอนหมอบอยู่บนเตียง พาดศีรษะไว้เหนือแขน แหงนมองออกไปข้างนอก
“ท่านแม่” เมื่อจูซานสัมผัสได้ถึงสายตาที่มองมาของมารดาก็รู้สึกร้อนตัวอยู่บ้าง
เขารู้สึกเหมือนกับว่า ด้วยปรีชาญาณของมารดา น่ากลัวว่าคงพอจะรู้อะไรแล้ว
“ท่านหมอไป๋หลี่น้อยพูดอะไรบ้าง อาการบาดเจ็บของข้าสาหัสมากหรือไม่?” เย่อวี๋หรานกลับไม่ได้คิดอะไรมาก แค่อยากสะสางอาการบาดเจ็บของตนเองโดยเร็วเท่านั้นจึงถามออกไป
แต่ในความคิดของจูซานกลับไม่เป็นเช่นนั้น “ไม่มีอะไรขอรับ แค่ล้มเองนี่นา? ท่านแม่ ท่านคิดมากเกินไปแล้ว”
“ข้ารู้ว่าข้าหกล้ม แต่เจ็บขนาดนี้ เกรงว่าล้มจนกระดูกหักแล้วกระม