!” เฟิ่งจิ่วมองเขาอย่างดูแคลน “จิตใจต่ำตม สายตาหยาบช้า ข้าจึงกำจัดต้นพันธ์ชั่วร้ายของเจ้าเสีย เชื่อว่าคงเป็นเรื่องน่าสนุกสำหรับเจ้า”
เขาใจหายวาบ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคำพูดของเธอ หรือลูกเตะนั่นเป็นจริงอย่างที่เธอว่า ยามนี้เขากลับรู้สึกว่าจุดที่อ่อนไหวที่สุดของเขาเริ่มไร้ความรู้สึกแล้ว เขาพลันตึงเครียด เอื้อมมือออกไปหมายจะโจมตีเธอ “ข้าจะจับเจ้ากลับไป! หากของข้าไม่ขัน เจ้าก็ต้องทนรับไว้!”
“เพ้อเจ้อไร้สาระ!” กระบี่ยาวในมือเฟิ่งจิ่วพลิกหมุน พลังกระบี่พุ่งออกไปอีกครั้ง เห็นเพียงพลังกระบี่สีเขียวอันคมกริบพุ่งใส่เจ้าตำหนักผู้นั้นเส้นแล้วเส้นเล่า
คนของตำหนักราตรีสังหารมีเพียงสิบกว่าคน เดิมพวกเขาไม่นึกว่านอกจากคนของหอยาสวรรค์ ที่นี่จะยังมีคนอยู่มากมายขนาดนี้ พวกเขาตั้งตัวรับมือไม่ทัน โดยเฉพาะเมื่อเห็นนายท่านสู้กับภูตหมอแล้วเริ่มตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ พวกเขาก็ยิ่งตื่นกลัว
กอปรกับนึกถึงผู้แข็งแกร่งระดับเซียนเหินขั้นสูงสุดคนนั้นที่ตายด้วยน้ำมือของภูตหมอ และเมื่อได้เห็นความร้ายกาจของคนพวกนี้ในคืนนี้อีก ยิ่งสู้พวกเขาก็ยิ่งกลัว แต่ละคนล้วนได้รับบาดเจ็บ กลิ่นคาวเลือดกระจายไปทั่วอากาศ
“พลั่ก!”
เฟิ่งจิ่วหมุน