ตัวแล้วตวัดลูกเตะออกไป เจ้าตำหนักราตรีสังหารถูกเตะกระเด็นออกไปหลายเมตร ร่างกระแทกกับกำแพงล้มลงกับพื้น เลือกสีแดงสดกระอักออกจากปาก
“พรืด!”
เขากระอักเลือดใช้มือค้ำกำแพงลุกขึ้น และหันไปมองพวกคนที่กรูกันออกมาอีก ได้แต่กัดฟันกรอดจ้องหญิงสาวในชุดแดงเพลิงสะดุดตา “เฟิ่งจิ่ว คอยดูต่อไปเถิด!”
“ถอย!”
สิ้นเสียง ชายสิบกว่าคนถอยหนีไปในสภาพสะบักสะบอม เฟิ่งจิ่วเก็บกระบี่คมพยับหรี่ตาจ้องพวกนั้นที่หนีไป ไม่ได้ไล่ล่าแต่อย่างใด
“ภูตหมอ? ท่านเป็นอย่างไรบ้าง? ไม่ได้บาดเจ็บกระมัง?” ฮุยหลางกับอิ่งอีพาคนวิ่งมาหยุดข้างกายเฟิ่งจิ่ว ก่อนจะถาม
“ไม่เป็นไร” เฟิ่งจิ่วส่ายหน้า มองพวกเขา แล้วพูดอย่างประหลาดใจ “พวกเจ้ามาได้อย่างไร? ไม่ได้ไปสะสางเรื่องต่างๆ ในตำหนักยมราชหรอกหรือ?”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อไม่อยู่ทางนี้ แต่พอเขามาถึงที่นี่ ตำหนักยมราชที่กำลังขยายอำนาจอย่างลับๆ ก็ยิ่งใหญ่ขึ้นทุกวัน ยามนี้เขาไม่อยู่ จึงสั่งให้อิ่งอีกับฮุยหลางคอยดูแลเรื่องต่างๆ ในตำหนักยมราชแทน ทว่าเวลานี้ ทั้งสองคนที่ควรอยู่ในตำหนักยมราช กลับมาอยู่ที่นี่
………………………………….