ข่มุกที่ส่องแสงในยามราตรี เดินไปที่ใดล้วนสะดุดตา ให้เขาตามข้าไปด้วยก็เท่ากับหาเรื่องใส่ตัว” เธอเอ่ยยิ้มๆ ด้วยหน้าตาและบุคลิกที่เหมือนเทพเซียนของโม่เฉิน ง่ายต่อการซุกซ่อนปิดบังเสียที่ไหน?
“แต่ว่า…” พวกเขายังอยากเกลี้ยกล่อมเธอ แต่กลับถูกห้าม
“เอาล่ะ ข้ารู้ว่าพวกเจ้าเป็นห่วงอะไร วางใจเถิด! ข้าไม่ได้ออกเดินเพียงลำพังเป็นครั้งแรกเสียหน่อย” เธอโบกมือเป็นเชิงให้พวกเขาหยุดพูด จากนั้นก็เอ่ยกับหลัวอวี่ “เจ้าเรียบเรียงข้อมูลและข่าวสารให้เรียบร้อย ตอนค่ำเอามาส่งให้ข้า”
“ขอรับ” หลัวอวี่รับคำ ก่อนจะหันตัวเดินออกไป
“หากระหว่างที่ข้าไม่อยู่มีคนมาขอซื้อยาเม็ดหรือยาน้ำ พวกเจ้าจัดการตามเห็นสมควรได้เลย หากจัดการไม่ได้ก็รอข้ากลับมาแล้วค่อยว่ากัน” เฟิ่งจิ่วหันไปกำชับตู้ฝานกับเหลิ่งหวา
“ขอรับ” ทั้งสองรับคำ
หลังกำชับเสร็จ เธอก็ขึ้นไปที่ชั้นใต้หลังคา หยิบแกนเคลื่อนย้ายออกมาจากห้วงมิติ เพ่งมองข้างในเพื่อหาตำแหน่งของป่าภูเขาไฟ ครั้นหาเจอก็อดยิ้มไม่ได้
“เจ้าสิ่งนี้นับเป็นสมบัติล้ำค่าจริงๆ ไปไหนมาไหนสะดวกยิ่งนัก” เธอพึมพำเบาๆ ไม่นานก็ฉุกคิดขึ้นได้ ไม่รู้ว่าในนี้จะมีสถานที่ที่อยู่นอกมหาสมุทรบ้างหรือไม่?
ด้วยเหตุนี้