ูแผลหน่อย” เฟิ่งจิ่วเอ่ย
กู้เซียงอี๋ชะงักเล็กน้อย มองเธออย่างลังเล ก่อนเตือนว่า “ภูตหมอ บาดแผลค่อนข้างน่ากลัว” เพราะอย่างไรก็เป็นสตรี เขาคิดว่าไม่ควรทำให้เธอตกใจจะดีกว่า
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วอดยิ้มไม่ได้ “บาดแผลน่ากลัว? ไม่เป้นไร ข้ายังไม่เคยเจอแผลที่ทำให้ข้ากลัวได้”
ผู้นำตระกูลกู้ที่อยู่ข้างๆ อดเอ่ยขึ้นไม่ได้ “ภูตหมอเป็นหมอ บาดแผลแบบใดบ้างไม่เคยเห็น? มาๆ ข้าช่วยเจ้าถอดเสื้อ” เขาห่วงว่าแขนข้างขวาของลูกชายขยับไม่ได้ จะถอดเสื้อลำบาก
“ไม่ต้อง ข้าถอดเองได้”
เขาปฏิเสธความช่วยเหลือจากพ่อ ถอดสายคาดเอวและเสื้อตัวนอกออกด้วยตนเอง เพียงแต่ เสื้อตัวนอกนั้นยังถอดออกง่าย แต่พอเป็นเสื้อตัวในกลับถอดไม่ง่ายแล้ว หนำซ้ำ เพียงการถอดเสื้อผ้าง่ายๆ บนหน้าผากกลับมีเหงื่อซึมแล้ว
เห็นอย่างนี้ เฟิ่งจิ่วหันไปเอ่ยกับเหลิ่งซวงที่อยู่ด้านหนึ่ง “เหลิ่งซวง ช่วยเขาถอดเสื้อที แล้วก็ผ้าที่มัดไว้นั่นก็แกะออกเสีย”
“เจ้าค่ะ” เหลิ่งซวงที่ยืนอยู่ด้านหนึ่งรับคำ ก้าวเข้ามายืนอยู่ข้างกู้เซียงอี๋ยื่นมือจะช่วยเขาถอดเสื้อ
ครั้นถูกหญิงสาวประชิดตัวกะทันหัน กู้เซียงอี๋รีบถอยหนี “ไม่ต้องแล้ว ข้าให้ท่านพ่อช่วยก็ได้”
เห็นอย