่างนั้น เฟิ่งจิ่วกระดกคิ้ว จ้องกู้เซียงอี๋ด้วยความสนใจ
เหลิ่งซวงเห็นอย่างนั้นก็ชะงักไปเช่นกัน มองชายตรงหน้าแวบหนึ่ง ก่อนหันไปมองนายท่านของนาง
ผู้นำตระกูลกู้ที่อยู่ข้างๆ ได้สติก็ก้าวเข้ามา ยิ้มเอ่ยว่า “ขายหน้าภูตหมอกับแม่นางเหลิ่งแล้ว ลูกชายข้านิสัยประหลาด แต่เขาไม่ได้มีเจตนาร้าย”
“ไม่เป็นไร แค่ถอดเสื้อออกก็พอ” เฟิ่งจิ่วเอามือข้างหนึ่งชันคาง จ้องมองสองพ่อลูกด้วยสายตาขบขัน
กู้เซียงอี๋ได้ยินอย่างนั้นสีหน้าก็ดูประดักประเดิด คำพูดนี้เหตุใดฟังดูแปลกๆ? เขาหันมองภูตหมอแวบหนึ่ง เห็นอีกฝ่ายใบหน้าเปื้อนยิ้ม จ้องมองเขาด้วยสายตาหยอกเย้า ส่วนผู้หญิงที่ชื่อเหลิ่งหวาใบหน้าเย็นชา เดินกลับไปยืนเงียบๆ อยู่ที่เดิมอีกครั้ง
เขาอดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ ข้างหลังภูตหมอยังมีเด็กหนุ่มอยู่อีกคน เหตุใดยามนางสั่งให้คนช่วยเขาถอดเสื้อผ้าและแกะผ้าพันแผลออกจึงไม่เรียกเด็กหนุ่มมา? กลับเรียกผู้หญิงชุดดำคนนั้นมา?
ดูไม่ออกจริงๆ ว่าภูตหมอคนนี้เป็นคนอย่างไร? พฤติกรรมความคิดเหมือนจะต่างจากคนทั่วไปอยู่บ้าง
เมื่อถอดเสื้อตัวในออก และแกะผ้าพันแผล กลิ่นเน่าที่แรงกว่าเมื่อครู่ก็โชยออกมา นั่นทำให้กู้เซียงอี้รู้สึกกระอักกระอ่ว