มองเขาด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ท่าน…” เขาอ้าปากค้าง คำพูดมาถึงริมฝีปากแล้วก็กลับคำ “คืออย่างนี้ ข้าอยากถามท่านว่า มาช่วยงานที่นี่พ่อของท่านอนุญาตแล้วหรือ? เขาจะตำหนิอะไรหรือไม่?” ถามจบ เขาก็ถอนหายใจ ไม่นึกว่าจะพูดคำพูดพวกนั้นไม่ออก
“พี่เหลิ่งหวาไม่ต้องเป็นห่วง ท่านพ่อของข้าอนุญาต เขาเห็นข้ามาที่นี่ทุกวันก็ทำอะไรไม่ได้ ซ้ำยังบอกว่าหากข้าอยู่ที่หอสวรรค์เขาเองก็วางใจ”
“อย่างนั้นหรือ! อย่างนั้นก็ดีแล้ว” เขาพยักหน้า มองนาง สุดท้ายก็ทำได้เพียงยิ้ม “อย่างนั้นท่านก็ไปทำงานเถิด! คอยต้อนรับแขกที่ชั้นหนึ่งก็แล้วกัน!”
“ได้ เช่นนั้นข้าไปข้างหน้าก่อน พี่เหลิ่งหวามีอะไรก็เรียกข้าได้” นางยิ้มกว้าง ก่อนจะเดินไปด้านหน้า
ตู้ฝานไม่รู้เดินออกมาจากที่ใด ยิ้มๆ เดินมานั่งข้างโต๊ะ มองเหลิ่งหวาที่กำลังเอือมระอา เอ่ยว่า “คุณชายเหลิ่งหวาผู้อ่อนโยนสง่างามของเราเหตุใดทำหน้าจนใจเช่นนั้นเล่า?”
“เจ้าอย่าหัวเราะเยาะข้า” เหลิ่งหวายิ้มอย่างเหนื่อยหน่าย
………………………………….