ลันจื่อเยี่ยนผู้นี้ไม่รู้เป็นอะไร กลับหมายตาพี่สาวของเขา เพียงเสียดาย พี่สาวของเขากลับไม่สนใจเขา
เข้ามาข้างใน ก็ได้ยินเสียงตะโกนด้วยความดีใจของหยางเสี่ยวเอ้อร์ดังมา
“พี่เหลิ่งหวา พี่หญิงเฟิ่งอนุญาตแล้ว” หยางเสี่ยวเอ้อร์วิ่งเสียงดังตึงตังมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา ยิ้มตาหยีมองหน้าเขา “พี่หญิงเฟิ่งอนุญาตแล้ว นางบอกว่าข้ามาช่วยงานที่นี่ได้”
“อย่างนั้นหรือ! เช่นนั้นต่อจากนี้หากท่านไม่เข้าใจอะไรก็ถามข้า หรือถามตู้ฝานได้” เหลิ่งหวายิ้มตอบ
“ได้” นางตอบรับเสียงใส จ้องมองเหลิ่งหวาด้วยแววตาเสน่หาและชมชอบอย่างไม่ปิดบัง มองดูจนเหลิ่งหวารู้สึกกระอักกระอ่วน
นึกถึงคำพูดของพี่สาวก่อนหน้านี้ ด้วยเหตุนี้เขาจึงเอ่ยว่า “แม่นางเสี่ยวเอ้อร์ ท่านมาที่ลานข้างหลังหน่อย ข้ามีเรื่องจะบอก”
ได้ยินอย่างนั้น หยางเสี่ยวเอ้อร์ประหลาดใจ แต่กลับรับคำอย่างเบิกบาน “ได้” จากนั้นก็เดินตามเขาไปที่ลานข้างหลัง
ข้างหลังไม่มีใครอยู่ ทั้งสองนั่งลงข้างโต๊ะ เหลิ่งหวามองแม่นางน้อยที่ยิ้มด้วยความเบิกบานใจอยู่ตรงหน้า ชั่วขณะหนึ่งกลับไม่รู้จะเริ่มพูดอย่างไรดี
“พี่เหลิ่งหวา ท่านจะคุยอะไรกับข้าหรือ?” หยางเสี่ยวเอ่อร์ถามด้วยน้ำเสียงแหลมใส สองมือชันคาง