ตัวเองได้ โตขนาดนี้แล้ว ยังต้องให้ใครมาดูแลอีกเสียที่ไหน?”
เธอยิ้มแล้วหันไปมองโม่เฉิน เอ่ยว่า “เขาจะออกเดินทางไกล แต่ไม่แน่ว่าไม่นานก็กลับมาแล้ว ตั้งแต่ตัดสินใจออกเดินทางก็เอาแต่เป็นห่วง ข้าใกล้จะเหลือทนกับเขาแล้ว” แม้จะพูดอย่างนั้น แต่ความอบอุ่นที่หว่างคิ้วกลับชัดเจนจนปิดไม่มิด
โม่เฉินเห็นแล้วก็ยิ้มๆ “ไม่เป็นไร ข้าเข้าใจ ข้าเป็นข้าก็คงเป็นอย่างนี้เหมือนกัน”
เขารู้ว่าเหตุใดเซวียนหยวนโม่เจ๋อจึงไม่วางใจ อย่างไรเฟิ่งจิ่วก็เพิ่งมาถึงที่นี่ แม้พลังจะไม่ธรรมดา แต่ใครจะรู้ว่าใต้หล้านี้มคนที่แข็งแกร่งกว่านางอีกหรือไม่? นึกดูแล้ว เขาเองก็กังวลว่าสักวันนางอาจก่อเรื่องที่แก้ไขไม่ได้ และเขาก็ไม่ได้อยู่ข้างๆ คอยช่วยเหลือนาง
ทั้งสองดื่มชาพูดคุยสัพเพเหระอยู่บนชั้นใต้หลังคา ครั้นถึงยามเที่ยงวัน เฟิ่งจิ่วชวนโม่เฉิน “ไม่สู้ไปกินข้าวด้วยกันดีหรือไม่?”
“ได้ แต่จะให้ดีเราไปทางด้านหลังดีกว่า” โม่เฉินยิ้มๆ ก่อนแนะนำด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เฟิ่งจิ่วสะดุดเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มๆ “ไม่มีปัญหา”
………………………………….