นั้นก็เติมชาให้โม่เฉินด้วย “หากถึงเวลาข้ากลับมา แล้วเห็นว่านางขาดไปแม้แต่ขนเพียงเส้นเดียว ข้าจะไปถามหาเอาจากท่าน”
นัยน์ตาของโม่เฉินไหวระริก มองน้ำชาตรงหน้าแล้วยิ้มๆ “ท่านวางใจ หากท่านไปเมื่อใด ข้าจะย้ายมาอยู่กับอาจิ่ว อย่างนี้ท่านวางใจได้แล้วกระมัง?”
“แค่กๆ!”
เฟิ่งจิ่วที่กำลังดื่มชาได้ยินคำพูดนั้นก็สำลัก หลังจากไอเบาๆ สองสามที เซวียนหยวนโม่เจ๋อก็ลูบหลังมือของเธอเบาๆ พลางมองโม่เฉินด้วยหางตา ใบหน้าบึ้งตึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ท่านเพียงเสนอตัวออกมายามที่นางต้องการความช่วยเหลือก็พอ เวลาอื่นอยู่ให้ห่างจากนางหน่อย ข้าจึงจะวางใจ”
ได้ยินเขาเปลี่ยนสรรพนามแทนตนเอง โม่เฉินกลับยิ้มอย่างอารมณ์ดี “ท่านวางใจเถอะ! เรื่องนี้ข้ารู้ตัวเองดี”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อจ้องดวงหน้าดุจเซียนของเขา เห็นท่าทางสุภาพอ่อนโยนของเขา แต่กลับอดขมวดคิ้วไม่ได้ อดคิดไม่ได้ว่าเขาฝากโม่เฉินให้ดูแลอาจิ่วเป็นการตัดสินใจที่ถูกหรือผิดกันแน่? เหตุใดรู้สึกว่าปล่อยให้คนอย่างนี้อยู่ข้างๆ นาง เขากลับยิ่งรู้สึกไม่วางใจกว่าเดิม
เห็นสองคนผลัดกันพูดไปมา เฟิ่งจิ่วส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา “เอาล่ะๆ ไม่ต้องพูดกันไปไกลถึงเพียงนั้น ข้าดูแล